โอกาสของคนเป็นลูกจ้าง

0
134

คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่เบื่อการเป็น “ลูกจ้าง” แล้วเอาแต่พร่ำบ่นถึงชีวิตการทำงานของตัวเอง ถ้าใช่! วันนี้ผมมีข้อดีหรือโอกาสของการเป็นลูกจ้างทั้งที่มองเห็นได้ชัดเจนและที่ซ่อนอยู่ มาแบ่งปันท่านผู้อ่านทุกท่าน เพื่อให้ท่านมองงานประจำของตัวเองให้ถูกต้อง อันจะนำไปสู่ชีวิตที่มีความสุข และสร้างโอกาสในการก้าวสู่ผู้ประกอบการในอนาคต

1) การมีรายได้ที่สม่ำเสมอ

อันนี้เป็นข้อดีที่เห็นได้ชัดเจน และทำให้คนส่วนใหญ่ที่เป็นลูกจ้างมีความรู้สึกมั่นคงทางการเงิน แม้ความมั่นคงดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับความมั่นคงของงานและองค์กรก็ตาม แต่ถ้าหากมองเป็นข้อดี ผมว่าส่ิงนี้ทำให้ลูกจ้างบริหารเงินของตัวเองได้ไม่ยาก และถ้าบริหารดีดีก็สามารถมีเงินเก็บไว้ใช้ในช่วงหลังเกษียณได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่หากมองในทางตรงกันข้าม การมีรายได้ที่สม่ำเสมอก็ทำให้ใครบางคนแอบสร้างภาระผูกผันระยะยาว ทำให้ตัวเองติดกับดักทางการเงินได้เช่นกัน แต่ก็นั่นอีกแหละมันเป็นกับดักที่คุณสร้างขึ้นเอง อย่าไปโทษงานประจำว่าให้เงินน้อย ทำให้คุณมีเงินไม่พอใช้ หรือไม่พอจ่ายหนี้ที่ตัวเองสร้างขึ้นได้ เพราะนั่นจะทำให้คุณมองข้าม “ตัวปัญหา” ตัวจริงไป

2) การได้ทำในสิ่งที่รัก

สำหรับคนที่ไม่มองแต่เรื่องเงินเพียงอย่างเดียว แต่เลือกหางานทำโดยเลือกจากส่ิงที่ตัวเองรักหรือชอบ แล้วสามารถเลี้ยงตัวเองได้โดยไม่ต้องเบียดเบียนใคร อันนี้ผมถือว่าเป็นอิสรภาพทางการเงินแบบหนึ่งเหมือนกัน เพราะเป็นชีวิตที่คุณเลือกเอง และไม่มีเงินเป็นเครื่องพันธนาการ

ผมเองเคยได้คุยกับนักข่าวกีฬาท่านหนึ่ง เป็นคนที่ต้องเดินทางไปเกาะติดกีฬาทั้งในและต่างประเทศเป็นประจำ เขาบอกว่านี่คือที่สุดของชีวิตเขาแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำ เขารัก เขาสนุก และได้พบประสบการณ์ใหม่ๆเป็นประจำ บางคนถึงขั้นเขียนหนังสือพอคเก็ตบุ๊คจากส่ิงที่ไปพบเห็น ก็สามารถทำรายได้เพิ่มให้กับตัวเองได้อีกด้วย

3) การฝึกฝนเรื่องระเบียบวินัย

สำหรับคนที่ฝันอยากเป็นผู้ประกอบการในวันข้างหน้า หากวันนี้คุณยังไม่สามารถรักษาระเบียบวินัยในที่ทำงานของคุณได้ ก็อย่าได้หวังจะเป็นเถ้าแก่เลย เพราะขนาดมีคนมาจำ้จี้จ้ำไชคุณยังทำไม่ได้ แล้วงานที่ต้องอาศัยการควบคุมตนเองอย่างผู้ประกอบการคุณจะทำสำเร็จได้อย่างไร

ระเบียบวินัยที่คุณจะได้เรียนในที่ทำงานก็อย่างเช่น การตรงต่อเวลา การบริหารเวลาในการทำงาน หรือการจัดลำดับความสำคัญของงาน เป็นต้น ซึ่งถ้าเป็นผู้ประกอบการ คุณจะต้องบริหารมันหนักกว่านี้หลายเท่า

4) โอกาสในการเรียนรู้การบริหารธุรกิจ

เริ่มต้นจากงานที่คุณรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเองเสียก่อน ลองคิดดูง่ายๆว่า ดีแค่ไหนที่คุณได้มีโอกาสลองทำในหลายๆเรื่องที่คุณไม่เคยรู้ และมีโอกาสได้เห็นในหลายๆเรื่องที่ไม่ใช่ว่าใครก็จะเปิดให้คุณดูง่ายๆ ตรงนี้ผมว่ามันเป็นเรื่องมุมมองของพนักงานแต่ละคนด้วย

สมัยทำงานผมคิดเสมอว่า “ทำอะไรแล้วต้องเป็นเลิศในงานนั้นให้ได้” ผมจึงใช้เวลาศึกษางานของตัวเองมากเป็นพิเศษ เรียกได้ว่า ถ้าอยากรู้เรื่องนี้ ต้องคุยกับเรา และต้องรู้จริง ไม่ใช่งูๆปลาๆ ผมซื้อตำราต่างประเทศมาอ่านเสริม เพื่อพัฒนางานตัวเอง ซึ่งในท้ายที่สุดงานนี้กลายมาเป็นหนึ่งในธุรกิจของผมในปัจจุบัน

นอกเหนือจากงานตัวเองแล้ว ผมจะแบ่งเวลาไปพูดคุยกับหัวหน้าแผนกโน้น แผนกนี้อยู่เสมอ เพื่อรับฟังคำบ่นของพี่ๆเขา ที่จริงแล้วผมไม่ได้ฟังแต่คำบ่นหรอก ผมแอบเรียนรู้กระบวนการทำงานของแผนกนั้นๆไปด้วย โดยการตั้งคำถามแล้วเรียนรู้ วันนี้ไปแผนกนี้ วันพรุ่งนี้ไปแผนกถัดไป สุดสัปดาห์สังสรรค์ก็คุยกันหลายแผนกหน่อย (จนหลายคนถามว่าแผนกผมไม่มีปัญหาหรือ) ดูแล้วไม่น่าจะมีอะไร แต่สำหรับผมมันคือโอกาสในการเรียนรู้องค์รวมของธุรกิจที่ผมกำลังทำงานอยู่ แล้วก็อย่างที่เห็น วันนี้ผมกลายเป็นผู้ประกอบการจากการเรียนรู้โอกาสในอดีต แต่เพื่อนหลายที่ทำงานที่มัวเอาแต่บ่นกับงาน ไม่คิดพัฒนาอะไรให้ดีขึ้น ศุกร์นี้ก็คงนั่งกินดื่มเพื่อบ่นเริื่องเดิมๆเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

5) โอกาสในการสร้างเครือข่าย

ในการทำงานเรามีโอกาสได้พบปะกับเพื่อนๆ ต่างแผนก ซึ่งต่างก็มีความรู้ความสามารถที่แตกต่างกันไป เช่น เพื่อนบางคนอาจเก่งบัญชี บางคนเก่งขาย บางคนเก่งการตลาด บางคนเก่งงานซ่อม ไหนจะผู้ส่งมอบหรือผู้รับจ้างช่วงที่เราอาจต้องติดต่อด้วยอีก เหล่านี้เป็นเครือข่ายที่จะช่วยผลักดันเราไปข้างหน้าได้อย่างแน่นอน ดังนั้นจงเรียนรู้ที่จะรู้จักศักยภาพคนรอบตัวอย่างลึกซึ้ง เพราะในท้ายที่สุด วันหนึ่งหากคุณต้องทำธุรกิจของตัวเองจริงๆ คนเหล่านี้สามารถเป็นที่ปรึกษาหรือทีมงานที่ดีให้กับคุณได้

6) โอกาสในการเข้าถึงการลงทุนพิเศษ

ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดเลยก็คือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งผมมองว่าเป็นการลงทุนที่มีข้อดีหลายประการด้วยกัน คือ

ก. เป็นโปรแกรมการบังคับให้ออม ทันทีที่ 2-15% แล้วแต่อัตราสะสมที่เราต้องการ (ผมแนะนำว่า ถ้าบริษัทไหนมี ให้สะสมขั้นสูงสุดไปเลยครับ) คนทำงานหลายคนคิดว่าวันหนึ่งจะเริ่มออม แต่ไม่ได้เริ่มสักที การสร้างโปรแกรมตัดเงินก่อนใช้จ่ายเพื่อนำไปออมและลงทุน ถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่าแน่นอน

ข. โอกาสได้รับเงินสมทบจากนายจ้าง ตามอายุเวลาการทำงาน ลองคิดดูง่ายๆ เงินสมทบของนายจ้างก็เปรียบได้กับผลตอบแทนการลงทุนกลายๆ นั่นเอง แถมเขาก็ไม่ได้เอาเงินของเราและนายจ้างไปทิ้งไว้เฉยๆ แต่เอาไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทนเพ่ิมอีก โดยสรุปเราหักเงินก้อนเดียว แต่ได้ผลตอบแทนกลับมา 3 ก้อน ย่ิงในปัจจุบันมีให้เลือกแผนการลงทุนได้เอง ยิ่งสนุกไปกันใหญ่

อีกการลงทุนหนึ่งที่ง่ายสำหรับคนทำงานก็คือ อสังหาริมทรัพย์ให้เช่า เพราะหากคุณเป็นพนักงานประจำ สลิปเงินเดือนของคุณ (กระดาษแผ่นเดียวแท้ๆ) สามารถแปลงสภาพเป็นหลักทรัพย์ในการขอกู้ยืมเงินเพื่อที่อยู่อาศัย แล้วให้คุณปล่อยเช่า เพื่อเก็บเงินเป็นประจำทุกเดือนได้

ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของโอกาสที่อยู่ในความเป็น “ลูกจ้าง” ของคุณ สำคัญก็คือ จงหัดมองโอกาสให้เห็น อย่าเอาแต่พร่ำบ่น ดูถูกวิชาชีิพของตัวเอง เพราะท้ายที่สุดแล้วคนกลุ่มดังกล่าว จะทำอะไรก็ไม่เจริญไม่ว่าในกิจการงานใด

พบกันฉบับหน้าครับ

SHARE
Previous articleการพนัน VS การลงทุน
Next articleความทรงจำทางการเงินในวัยเด็ก
เรียนจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะที่เด็กผู้ชายหลายคนใฝ่ฝัน พร้อมของขวัญวันรับปริญญาเป็นหนี้หลักสิบล้านจากครอบครัว ลงมือแก้ปัญหาทางการเงินแบบโง่ๆ … ไม่เรียนรู้ ไม่ถามใคร เพราะคิดว่าตัวเองเก่ง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here