ตอนที่ 2: เล่นหุ้น

“ขึ้นมาสิ เรือผมเอง” ชายชราเอ่ยปากชวนเม่าขึ้นเรือลำใหญ่สีขาวที่จอดเทียบท่าอยู่

เม่าก้าวเท้าขึ้นเรือ เขามองไปรอบตัวเรือ พร้อมกับแอบคิดในใจว่า ถ้าชายชราคนนี้เป็นเจ้าของเรือจริง เขาก็คงจะรวยน่าดู

“คุณยังไม่ตอบผมเลยว่า คุณรู้ได้ยังไงว่าผมขาดทุนหุ้น” เม่ายังสงสัยไม่เลิก

“ใครว่าผมรู้กันหละ ผมไม่รู้หรอก คุณเองนั่นแหละที่บอกผม” ชายชรายิ้มอย่างมีเลศนัยอีกครั้ง

ด้วยลางสังหรณ์บางอย่าง เม่ารู้สึกได้ว่า ชายชราที่กำลังนั่งคุยกับเขาอยู่ในขณะนี้ ไม่น่าจะใช่คนธรรมดา เขาหันไปมองรอบๆตัวเรือโดยละเอียด พลันสายตาไปสบกับชายชราอีกครั้ง

“ที่จริงแค่คุณบอกว่า คุณ ‘เล่น’ หุ้น ผมก็รู้แล้วว่าคุณไม่มีทางรวย เพราะถ้าแค่​ ‘เล่น’ ยังไงคุณก็ต้องขาดทุนอยู่วันยันค่ำ”

“คุณพูดอะไร ผมไม่เข้าใจ”​ เม่าตีสีหน้างง

บรรยากาศบนเรือเงียบไปชั่วขณะ ชายชราจ้องหน้าเม่า เหมือนรอให้เขาเป็นฝ่ายพูดต่อ แต่สุดท้ายกลับเป็นชายชราเองที่เป็นฝ่ายทำลายความเงียบลง

“คุณชอบตกปลามั้ย”

เม่าสายศรีษะแทนคำตอบ

“ผมเองก็ตกปลาไม่เป็นเหมือนกัน แต่ผมชอบดูคนอื่นตกปลานะ ยิ่งตกปลาแข่งกันยิ่งชอบดู เพราะผมว่าเกมตกปลาเป็นเกมแห่งความอดทน” ชายชราเล่าในสิ่งที่เม่าไม่ได้สนใจอยากจะฟัง

“คุณเห็นเรือสองลำที่จอดตกปลาอยู่นั่นไหม คุณคิดว่าระหว่างเรือลำสีแดงกับสีน้ำเงิน ลำไหนน่าจะตกปลาเก่งกว่ากัน” ชายชราตั้งคำถาม

เม่าหันไปดูเรือทั้งสองลำ พินิจพิเคราะห์อยู่สักพัก ก่อนเลือกคำตอบ

“ลำสีแดง”

“ทำไมคิดอย่างนั้นหละ” ชายชราถามต่อทันทีที่ได้ยินคำตอบ

“ไม่รู้สิ … ท่าทางของพวกเขาดูทะมัดทะแมงกว่า การวางคันเบ็ดก็ดูเหมือนเป็นระบบ ผมว่าเขามีแบบแผนนะ ไม่เหมือนลำสีน้ำเงินที่วางกันสะเปะสะปะ แล้วดูสิมีเล่นหยอกล้อกันด้วย ในขณะที่เรือลำสีแดงนั่งเสียบหูฟังเพลงแล้วเงียบกันหมด”

“เหรอ … มีอะไรอีกมั้ยที่ทำให้เธอเชื่ออย่างนั้น” ดูเหมือนชายชราจะยังไม่ยอมรับในคำตอบของเขา

“อุปกรณ์ … ใช่ คุณดูอุปกรณ์ของเรือสองลำสิ แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ลำสีแดงดูเป็นมืออาชีพมากกว่าเยอะเลย”

“งั้นเราไปพิสูจน์กัน” ชายชราค่อยๆแล่นเรือเข้าไปใกล้เรือท้ังสองลำที่จอดตกปลาอยู่ เม่าส่งเสียงทักทายคนที่อยู่ในเรือ แล้วค่อยๆเลียบเคียงถามถึงจำนวนปลาที่แต่ละลำตกได้

“เป็นไงผมตอบถูกใช่มั้ย” เม่ายิ้มสีหน้าภูมิใจ ชายชรานิ่งไม่โต้ตอบอะไร เม่าได้ทีเลยพูดต่อ “มืออาชีพต่างกันเสียขนาดน้ัน เรือลำสีน้ำเงินตกเป็นชั่วโมงยังได้ปลาไม่ถึง 3 ตัวเลย”

“ทำอะไรเล่นๆ ก็แบบนี้แหละ จะไปหวังผลลัพธ์เท่าคนที่เขาตั้งใจได้ยังไงจริงมั้ย” เสียงของชายชราดูเรียบและธรรมดา แต่เม่ารู้สึกได้ทันทีว่า ชายชราไม่ได้พูดถึงเรื่องตกปลา

“คุณกำลังจะบอกว่า ที่ผมขาดทุน เพราะผม ‘เล่น’ หุ้น ใช่ไหม” เม่าสรุปความ

“ไม่ธรรมดา!” ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงน่าหมั่นไส้

“แล้วมันต่างกันยังไง” เม่าถาม

“คิดสิ” ชายชราสวนกลับทันควัน

“ถ้าคิดออกผมคงไม่ขาดทุนหรอก”

“ยอมแพ้ง่ายแบบนี้ เป็นนักลงทุนยากนะ” ชายชราพูดตอบโดยไม่มอง เพราะกำลังสาละวนอยู่กับการจอดเรือเทียบท่า

เม่าพยายามคิดหาคำตอบ แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก หันไปมองชายชราที่กำลังทยอยเก็บอุปกรณ์ลงในกระเป๋าสัมภาระ

“ไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับปลาเลย แล้วจะตกปลาได้ยังไง”

“คุณกำลังจะบอกว่า ที่ผมขาดทุน เพราะผมไม่รู้เรื่องหุ้นเลยใช่ไหม”

“อ่ะ! … ฉลาดครั้งที่สอง”

“คุณรู้อะไรหรือเปล่า ผมเสียเงินเรียนคอร์สหุ้นตั้งสองสามแสน เรียนตั้งห้าวัน ทำไมผมจะไม่รู้เรื่องหุ้น” เม่าสวนชายชรากลับไปอย่างมีอารมณ์

“คุณว่าเรียนกับรู้มันต่างกันไหมหละ” ชายชราตั้งคำถาม

เม่าน่ิงไปชั่วขณะ สิ่งที่ชายชราพูด คือ สิ่งที่เขาไม่เคยคิด เขาเดินสายเรียนคอร์สสัมมนาหุ้นตั้งหลายคอร์ส แต่สุดท้ายพอซื้อหุ้นก็ขาดทุน หรือทั้งหมดที่เขาทำไปนั้นแค่ได้เรียน แต่ยังไม่เคยรู้

“แค่มีเงินซื้อหุ้น เธอก็ได้แค่หุ้น แต่นั่นอาจไม่ใช่การลงทุนก็ได้นะ เพราะถ้าการลงทุนมันง่ายเสียขนาดนั้น ทุกคนในโลกที่มีเงินก็เป็นนักลงทุนกันหมดแล้วสิ”

เม่ารู้สึกเหมือนถูกฟาดศรีษะอย่างแรง หลังจากคอร์สสัมมนา เขาคิดเสมอว่าการลงทุนและการสร้างความร่ำรวยเป็นเรื่องง่าย ซึ่งก็จริงอย่างที่ชายชราพูด ถ้าการลงทุนมันง่ายแค่ใช้เงินซื้อ ป่านนี้ทุกคนก็คงจะรวยเพราะการลงทุนไปหมดแล้ว

“ที่ผ่านมาคุณยังไม่ได้ลงทุนอะไรเลย การลงทุนเป็นกิจกรรมที่อาศัยความรู้ความเข้าใจ มีกระบวนการที่ชัดเจน และมีแผนการลงทุนที่เป็นรูปธรรม แต่คุณไม่มีอะไรเลย คุณมันก็แค่คนเล่นหุ้น คุณมันก็แค่นักลงทุนระดับมั่ว ที่ใช้แค่ปากกับหู มีปากไว้คอยถามว่าลงทุนอะไรดี มีหูไว้คอยเชื่อแล้วก็ทำตาม ไม่ได้คิด ไม่ได้ทำอะไรเพื่อพัฒนาตัวเองให้เป็นนักลงทุนที่ดีเลย สุดท้ายคุณก็ได้แค่ร่วมสนุก แต่ไม่มีทางร่ำรวยจากหุ้นได้”

เม่านิ่งไม่พูดอะไร เขาค่อยๆ คิดและซึมซับสิ่งที่ชายชราพูดอย่างช้าๆ จริงของชายชรา เขาไ่ม่รู้อะไรเกี่ยวกับหุ้นที่เขาซื้อเลยจริงๆ เขาแค่ซื้อ แล้วก็ภาวนาว่ามันจะขึ้น เมื่อขึ้นแล้วก็ขาย ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นจริงๆ

วินาทีนั้น ความคิดบางอย่างผุดขึ้นในสมอง

“คุณช่วยสอนผมลงทุนหน่อยได้ไหม” เม่ารวบรวมความกล้าเอ่ยปากขอร้อง

กว่าที่เขาจะรู้ตัว ชายชราก็หายไปจากเรือลำนั้นแล้ว

เหลือทิ้งไว้แค่กระดาษแผ่นหนึ่งใจความว่า “พรุ่งนี้ 10 โมง ไปพบฉันที่ร้านกาแฟ … ในห้างริชชี”

—————— จบตอนที่ 2 ——————

อ่านต่อ … ตอนที่ 3: กฎข้อที่ 1

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here