เราลงทุนกันเพื่ออะไร?

2
367

euro-96594_640

ถามกันแบบนี้ ใครๆก็ตอบได้ว่า ก็ลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทน (หรือเพื่อให้เงินงอกเงย) นะสิ

แล้วถ้าถามต่อว่า “ผลตอบแทนแบบไหนกันหละที่คุณต้องการ” คุณจะตอบว่าอย่างไร? …

การลงทุนใดๆในโลก ผู้ลงทุนสามารถคาดหวังผลตอบแทนได้ 2 ลักษณะด้วยกัน นั่นคือ กำไรจากส่วนต่าง และกระแสเงินสด

กำไรจากส่วนต่าง หรือ Capital Gain คือ การคาดหวังผลตอบแทนจากส่วนต่างระหว่างต้นทุนที่ลงทุนไปในทรัพย์สินนั้น (ราคาซื้อ) กับราคาขาย

เช่น ซื้อหุ้น ABC มาที่ราคา 10 บาทต่อหุ้น สามปีให้หลังขายไปที่ราคา 15 บาทต่อหุ้น ก็เท่ากับมีกำไรจากส่วนต่าง 5 บาทต่อหุ้น

หรือซื้อบ้านมาในราคา 1,000,000 บาท อีกห้าปีให้หลัง ขายออกไปที่ราคา 1,500,000 บาท แบบนี้ก็ถือว่ามีกำไรจากส่วนต่าง 500,000 บาท

สำหรับธุรกิจก็อาจมองกำไรส่วนต่างได้เหมือนกัน สมมตินายเอเร่ิมต้นธุรกิจด้วยเงิน 200,000 บาท ทำไป 10 ปี กิจการเติบโต ชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก แต่เริ่มเบื่อ ก็อาจขายกิจการให้คนอื่นทำต่อที่ราคาสูง แบบนี้ก็ถือเป็นกำไรส่วนต่างเหมือนกัน

จากตัวอย่างจะพบว่า เราจะมีกำไรส่วนต่างได้ก็ต่อเมื่อ เราขายทรัพย์สินที่เราเป็นเจ้าของออกไป

ส่วนผลตอบแทนในรูป กระแสเงินสด หรือ Cash Flow นั้น หมายถึง ผลตอบแทนที่เราจะได้รับจากการนำทรัพย์สินที่เราเป็นเจ้าของไปใช้ทำประโยชน์ โดยไม่ขายออกไป

เช่น ซื้อหุ้น ABC ไว้ 100 หุ้น ในแต่ละปี หากธุรกิจ ABC มีกำไร บริษัทก็จะมีเงินปันผลตอบแทนคืนกลับมาให้เราเป็นสัดส่วนกำไรตามนโยบายการจ่ายปันผลของบริษัท

ซื้อบ้านมา 1 หลัง ไม่ได้อยู่เอง ก็นำมาปล่อยให้คนอื่นเช่า ได้รับผลตอบแทนในรูปกระแสเงินสดจากค่าเช่าเก็บกินเป็นรายเดือน

หรือหากเราเป็นเจ้าของกิจการ ผลกำไรจากกิจการในแต่ละวันหรือแต่ละเดือน ก็คือผลตอบแทนในรูปกระแสเงินสดเช่นกัน

หากนำการลงทุนไปเปรียบเทียบกับฟาร์มเลี้ยงวัว ผมชอบเปรียบเทียบการลงทุนเพื่อกำไรส่วนต่างเหมือนกันกับการเลี้ยง “วัวเนื้อ” ที่ซื้อลูกวัวมาตอนตัวเล็กๆ ขุนให้โตให้อ้วน เพื่อขายวันข้างหน้าในราคาที่แพงขึ้น

ส่วนการลงทุนเพื่อกระแเสเงินสดนั้น เหมือนกันกับการเลี้ยง​ “วัวนม” นั่นคือ ไม่ขายวัว แต่สร้างรายได้จากนมวัว ทำให้มีกระแสเงินสดไหลเข้ากระเป๋าต่อเนื่อง

แล้วเราควรเลือกลงทุนแบบไหนดี? วัวเนื้อ หรือวัวนม

คำถามนี้ถือเป็นคำถามที่ตอบยากมากครับ เพราะขึ้นกับความรู้ความชำนาญและแผนการของแต่ละคน

ลูกศิษย์ผมคนหนึ่ง เร่ิมต้นลงทุนด้วยการเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เวลาเจอทรัพย์สินดีๆ ก็มีซื้อเก็บไว้เองในมือบ้าง เพื่อขายเอากำไรในอนาคต ทำอย่างนี้อยู่ร่วม 10 ปี ก็นำกำไรที่ได้บวกเงินกู้จากธนาคาร 60 เปอร์เซ็นต์ มาลงทุนสร้างอพาร์ตเม้นท์เล็กๆขนาด 30 ห้อง ย่านนิคมอุตสาหกรรม เพื่อเก็บกินรายได้จากกระแสเงินสด มีอิสรภาพทางการเงินได้อย่างสบายๆ

หรืออย่างคนที่ลงทุนในหุ้น ช่วงแรกที่เงินน้อย ก็อาจเลือกลงทุนในหุ้นเติบโต โดยหวังกำไรจากส่วนต่างไปก่อน เพราะลำพังจะกินปันผลจากหุ้นให้พออยู่ได้นั้น จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนมากอยู่เหมือนกัน

อีกตัวอย่างหนึ่งที่พบบ่อยมาก ก็คือ คนที่มีท่ีดินเป็นของตัวเอง มักชอบถามผมเสมอว่า จะเอาที่ดินไปให้คนอื่นเช่า หรือขายทำกำไรดี ต้องบอกว่าคำถามประเภทนี้เป็นคำถามที่โค้ชอย่างผมลำบากใจมากที่สุด เพราะถ้ามันเป็นทรัพย์สินผม ก็คงตัดสินใจได้ไม่ยาก แต่ถ้าเป็นทรัพย์สินของท่าน ท่านต้องตัดสินใจเอง ถ้าตั้งคำถามนำมาแบบนี้ ก็แสดงว่า คุณยังไม่มี “แผนการ” ลงทุนเลย และนั่นทำให้การลงทุนของคุณ “เสี่ยง” ไม่ใช่ “น่าเสี่ยง” อย่างที่เราเคยคุยกันไว้

ดังนั้นจะลงทุนแบบไหน เพื่อกำไรส่วนต่าง หรือเพื่อกระแสเงินสด ต้องอยู่ที่คุณเองว่า มีแผนการอย่างไร ถ้าไม่มีแผนการใดๆ บริหารกิจการไม่เป็น และมีความจำเป็นต้องใช้เงินไปในกิจส่วนตัวอื่นๆ การขายทำกำไรไปก็ถือเป็นเรื่องง่ายดี (แต่ถ้ายังไม่รีบร้อนใช้เงิน ก็ไม่ต้องรีบขายก็ได้นะครับ)

แต่หากคุณมีแผนการที่ชัดเจนว่าจะเอาไปลงทุนทำอะไร และคุณเป็นคนหนึ่งที่บริหารกิจการเป็นหรือมีทีมงานที่ดี การลงทุนเพื่อกระแสเงินสด ก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าได้ เพราะมันทำให้คุณมีอิสรภาพทางการเงินได้เร็วกว่า (ในมุมมองของผม)

พบกันฉบับหน้าครับ

2 COMMENTS

  1. อ หนุ่ม

    ขอบคุณครับ อ หนุ่ม เห็นหนังสือออกใหม่แล้ว จะตามอ่านและชื้อ เก็บไว้เป็นของฝากด้วยครับ

    ตอนนี้ผมย้ายบ้านมาอยู่ มหาชัยแล้วครับ ไม่ได้อยู่คู้บอนแล้ว แล้วปล่อยบ้านให้เช่า

    ได้ค่าขนม แบบไม่ตั้งใจ ต้องขอบคุณครับที่ได้ ได้บริหารทรัพย์สินแบบกระแสเงินสด

    ส่วนเรื่องเล่นหุ้นไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร อบรมที่ไหน ก็เลยหยุดก่อนครับ

    อนุชา

    Date: Wed, 10 Jul 2013 13:43:12 +0000
    To: anucha_ar@hotmail.com

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here