เตรียมกระเป๋าสตางค์รับมือน้ำลด

2
191

จากนี้อีกราว 1 เดือน เชื่อว่าน้ำที่กำลังท่วมอยู่ในทุกจุดของประเทศไทย จะค่อยๆลดระดับลง อย่างเลวร้ายที่สุดก็คงจะท่วมเกินปีใหม่ไปไม่มาก (ถ้านานกว่านั้นรัฐบาลก็อย่าอยู่เลย ไปหาอย่างอื่นทำดีเถอะ)

เมื่อน้ำลด คนไทยทุกคนก็ต้องกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ แม้มันจะไม่ปกติเหมือนก่อนน้ำมาก็ตาม เพราะหลังน้ำลดแน่นอนเหลือเกินว่าเราๆท่านๆจะได้พบกับปัญหาต่างๆที่ตามมามากมาย อาทิ สินค้าข้าวของเครื่องใช้ราคาแพง โรคระบาด (โดยเฉพาะโรคทางเดินอาหาร) ขยะมูลฝอย อาชญากรรม รวมไปถึงปัญหาการว่างงาน ฯลฯ

ไม่ว่าจะดูมุมไหน ทุกปัญหาที่ว่าไปนั้นต่างส่งผลกระทบรุมเร้ากระเป๋าสตางค์ของเราทั้งส้ิน หลังน้ำลดหากใครไม่เตรียมตัวให้ดี ไม่เตรียมตัวให้พร้อม ปัญหาในช่วงน้ำท่วม 1-2 เดือน อาจส่งผลกระทบเป็นปัญหาการเงินในระยะยาวได้เหมือนกัน

ดังนั้นคงจะเป็นการดีกว่า หากเราจะตั้งสติวางแผนการเงินรับมือกับชีวิตหลังน้ำลดกันตั้งแต่วันนี้ วันที่นำ้ยังอยู่ที่ระดับคอ เอว เข่า และตาตุ่มของพวกเราทุกคน

อันที่จริงสำหรับเรื่องเงินๆทองๆนั้น ถ้าจะให้ดีควรเร่ิมกันตั้งแต่นำ้ยังไม่ลดเลยก็ได้ โดยการตัดค่าใช้จ่ายคงที่บางรายการที่จะไม่ได้ใช้ในช่วงน้ำท่วมนี้ อาทิ อินเทอร์เน็ต เคเบิ้ลทีวี และอื่นๆ วิธีการก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพียงโทรแจ้งบริษัทที่ให้บริการดังกล่าวเพื่อขอระงับการใช้บริการชั่วคราว เพียงเท่านี้เราก็สามารถลดค่าใช้จ่ายให้กลายเป็นเงินในกระเป๋าไว้จับจ่ายได้เพ่ิมแล้ว

ในส่วนของการเตรียมแผนการเงินหลังน้ำลดนั้น เราควรเริ่มกันที่การประเมินค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในช่วงนำ้ท่วม รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และที่ต้องมองเผื่อไปข้างหน้าก็คือ เงินสำรองใช้จ่ายในการดำเนินชีวิต หากโชคร้ายหลังน้ำท่วมแล้ว เรายังคงต้องตกงาน (ทั้งชั่วคราวและถาวร) ต่อไป

สำหรับค่าใช้จ่ายในช่วงน้ำท่วมนั้น หากท่านใช้เงินตัวเอง (เงินสด) ในการใช้จ่าย อันนี้คงไ่ม่เป็นปัญหาสักเท่าไหร่ เพราะส่งผลกระทบต่อเงินในอนาคตไม่มากนัก แต่ถ้าใครหยิบยืมคนอื่นมาใช้หรือกดบัตรเครดิตตลอดช่วงเวลาที่หนีน้ำ อันนี้คงต้องมาวางแผนจัดการภาระที่อาจกลายเป็นปัญหาระยะยาวกันสักหน่อย

เร่ิมต้นง่ายๆด้วยการหาที่สงบๆ หยิบกระดาษและปากกาลงรายการบันทึกรายจ่ายที่เกิดจากการกู้หนี้ยืมสินทั้งหมดในช่วงน้ำท่วม แล้วลองวางแผนดูสิว่าจะเอาเงินที่ไหนมาคืนเขา และจะต้องใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ในการชำระหนี้จนหมด จากนั้นก็มาจัดงบประมาณว่าแต่ละเดือนจะต้องส่งคืนเจ้าหนี้เท่าไหร่ หรือถ้าดูแล้วว่าไม่น่าจะพอ ก็จะได้มีแผนการในเจรจาประนอมหนี้กับเจ้าหนี้ได้ต่อไป

ถัดมาคือ ค่าใช้จ่ายในการบูรณะซ่อมแซมที่อาศัย สำหรับใครที่เช่าเขาอยู่ก็คงไม่ต้องห่วงเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่ถ้าใครซื้อบ้านเป็นของตัวเอง อันนี้ต้องวางแผนให้ดีครับ

ส่ิงที่ท่านต้องทำก็คือ ประเมินความเสียหายว่าจะมีอะไรบ้าง มีเฟอร์นิเจอร์ตัวไหนต้องเปลี่ยน มีเครื่องไฟฟ้าตัวไหนต้องซื้อใหม่ หรืออันไหนน่าจะซ่อมได้ ตัวบ้านเองมีรายการต้องซ่อมแซมอะไรบ้าง ทำความสะอาด ทาสี เปลี่ยนวอลเปเปอร์ จดรายละเอียดทั้งหมดออกมา จากนั้นก็มาจัดลำดับความสำคัญในการซ่อมแซม

ทำไม? ต้องจัดลำดับความสำคัญในการซ่อมแซม

ก็เพราะอุปกรณ์ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ และส่วนต่างๆของบ้านมีความสำคัญไม่เท่ากันนั่นเอง การที่เราซ่อมทุกสิ่งทุกอย่างในทันที จะทำให้มีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก และอาจส่งผลกระทบกับสภาพคล่องอีกด้วย นอกจากนี้หลังน้ำลดโดยปกติแล้วจะเป็นช่วงที่วัสดุก่อสร้างพาเหรดกันขึ้นราคา (ดูราคาทรายตอนน้ำท่วมเป็นตัวอย่าง) ดังนั้นของบางอย่างถ้าไม่รีบมาก ยังไม่จำเป็นมาก เลื่อนออกไปก่อนจะช่วยลดค่าใช้จ่ายอย่างมาก

อย่างบ้านผมเท่าที่ประเมิน คอมเพรสเซอร์แอร์ห้องนั่งเล่นตัวหนึ่งโดนน้ำ ถ้าซ่อมได้ก็ซ่อม แต่ถ้าซ่อมไม่ได้คงไม่ซื้อใหม่ตอนนี้ เพราะกำลังจะเข้าหน้าหนาวแล้ว หรือครัวบิวท์อินด์ที่บ้านก็ยังไม่ซ่อม แต่ถ้าตู้เย็นเสีีย คงซื้อตู้เย็นก่อน ภายนอกบ้านคงไม่รีบทาสีใหม่ แต่การทำความสะอาดภายในบ้านต้องทำก่อน อย่างนี้เป็นต้น

การจัดลำดับความสำคัญในการซ่อมนี้ จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายลงไปได้อย่างมาก เพียงแค่เราแยกว่าอะไร “จำเป็น” อะไรยังไม่เป็นจำเป็น อะไร “เร่งด่วน” และอะไรไม่เร่งด่วนได้ เพียงเท่านี้ค่าใช้จ่ายก็ลดลงไปได้มากแล้วครับ

ชดใช้กรรมเก่าไปแล้ว บูรณะที่อยู่อาศัยเพื่อให้ชีวิตกลับสู่ปัจจุบันแล้ว จากนั้นก็มาวางแผนเพื่ออนาคต (ระยะสั้นๆ) กันต่อ

เร่ิมจากจัดการกับหนี้ทุกรายการที่เป็นรายจ่ายประจำ อาทิ หนี้ผ่อนชำระบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต รวมไปถึงหนี้ธุรกิจ ทั้งนี้ให้คุณรวบรวมหลักฐานความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด (รูปถ่ายดีที่สุด จดหมายยืนยันจากเจ้าของโครง และอื่นๆ) แล้วเจรจากับสถาบันการเงิน เพื่อขอหยุดการผ่อนชำระชั่วคราว หรือขอผ่อนผันการชำระหนี้ แล้วแต่จะเจรจาได้ รวมถึงการชดเชยความเสียหายจากประกันภัยโดยเร็ว

โดยส่วนตัวผมแนะนำให้คุณขอหยุดการผ่อนชำระสัก 3-6 เดือน เพราะหากเราสามารถหยุดค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ อย่างบ้านและรถยนต์ได้ มันจะทำให้ง่ายต่อการบริหารสภาพคล่องอย่างมาก บางคนอาจสงสัยว่าธนาคารจะให้เหรอ คำตอบคือ ถ้าขออาจจะได้ แต่ถ้าไม่คุยไม่ขอ ไม่มีธนาคารไหนมาเสนอให้เลยหรอกครับ แต่ถ้าขอหยุดการผ่อนชำระเลยไม่ได้ ก็อาจเจรจาขอส่งเฉพาะดอกเบี้ยก่อน ก็ถือเป็นทางเลือกถัดไป (เท่าที่ผมตรวจสอบตอนนี้มีอยู่แค่ 3-4 ธนาคารที่ออกมาเสนอทางเลือกให้ลูกค้าเลย เช่น หยุดส่ง 3 เดือน หรือเลือกส่งเฉพาะดอกเบี้ย 1 ปี น่าสนใจไหมล่ะ)

เมื่อจัดการค่าใช้จ่ายประจำก้อนโตไปแล้ว ทีนี้ก็ให้กลับมามองเรื่องอนาคตกันจริงๆจังๆว่า หลังจากน้ำลดรายได้เราจะหายไปหรือไม่อย่างไร ถ้าใครมั่นใจว่าไม่ตกงานแน่  ก็ให้จัดทำงบประมาณรายรับ-รายจ่ายในช่วง 3 เดือนข้างหน้า เพื่อดูว่าสภาพคล่องโอเคหรือไม่ เงินพอใช้หรือเปล่า ถ้าไม่พอ คุณต้องวางแผนหาแหล่งเงินสำรองครับ ว่าจะเอาเงินจากไหนเลี้ยงตัวเองในช่วงที่ค่าใช้จ่ายมากกว่าปกติ

แต่ถ้าใครไม่ม่ันใจว่าจะตกงานหรือเปล่า ผมแนะนำว่าให้เร่ิมสัมภาษณ์งานใหม่รอไว้บ้างก็ดีครับ หรือบางคนอาจมองลู่ทางในการเริ่มต้นอาชีพใหม่ ก้าวสู่ประกอบการกันไปเลยก็ถือเป็นโอกาสที่ดี อย่างน้องคนหนึ่งที่ผมรู้จักเป็นเซลล์ขายรถยนต์ เขาบอกว่าบริษัทจะไม่มีรถยนต์ขายอีก 6 เดือนจากนี้ อาชีพเซลล์รถยนต์นั้นเงินเดือนนิดเดียว อยู่ได้ด้วยคอมมิชชั่น ดังนั้นหากไม่มีรถให้ขาย เขาก็คงต้องแย่ไปด้วย ว่าแล้วเขาก็เลยหารายได้เพ่ิมด้วยการขับแท๊กซี่ช่วงน้ำท่วม และเร่ิมมองหาสินค้าจากตลาดโรงเกลือมาขายหลังน้ำลดแล้ว

ท้ังหมดนี้คือแนวทางการวางแผนการเงินรับมือน้ำลดที่อยากให้ทุกคนลงมือทำกันครับ เข้าใจว่าขณะที่ทำตัวเลขตามขั้นตอนที่ผมได้เล่าไปข้างต้น ท่านคงจะรู้สึกเจ็บปวดอยู่บ้าง ที่ชีวิตต้องมีค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดฝันเหล่านี้ แต่ชีวิตก็คือชีวิต เหมือนนำ้ที่มีขึ้นมีลงครับ เจ็บวันนี้ผมมองว่าเป็นบทเรียน ไม่ต้องโทษใคร ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากใคร ส่ิงเดียวที่ต้องจำไว้ให้ขึ้นใจก็คือ เราจะต้องมีชีวิตต่อไป และจะต้องเป็นชีวิตที่ดีด้วย

แม้การวางแผนรับมือดังข้างต้น จะไม่ทำให้ท่านรวย แต่อย่างน้อยก็คงทำให้ท่านได้มองเห็นชีวิตตัวเองต่อจากนี้ไปมากขึ้น เมื่อเห็นทุกอย่างชัดเจนแล้วก็ขอให้มีสติ และตั้งใจต่อสู้กับชีวิตดีดีของพวกเราทุกคนต่อไป

เอาใจช่วยทุกท่านให้ผ่านช่วงเวลายากลำบากไปให้ได้นะครับ

การเกิดมาจน ไม่ใช่ความผิดของคุณ แต่การตายอย่างจนๆ เป็นความผิดของคุณ 100% ….. บิล เกตส์


SHARE
Previous articleพรุ่งนี้ ยังมี
Next articleคิดให้ดีก่อน​ “กู้เงิน” ซ่อมบ้าน
เรียนจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะที่เด็กผู้ชายหลายคนใฝ่ฝัน พร้อมของขวัญวันรับปริญญาเป็นหนี้หลักสิบล้านจากครอบครัว ลงมือแก้ปัญหาทางการเงินแบบโง่ๆ … ไม่เรียนรู้ ไม่ถามใคร เพราะคิดว่าตัวเองเก่ง

2 COMMENTS

  1. ขอบคุณครับ จะนำไปใช้และวางแผนการเงินครับ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here