“เงิน” กับ “ความสุข”

3
954

สองสามเดือนก่อน คุณผู้อ่านท่านหนึ่งเขียนอีเมลล์มาปรึกษาผม เธอเล่าว่าเธอเป็นคนที่ทำงานหนักมาก ทำงานอาทิตย์ละ 6 วัน ตั้งแต่ 8 โมง เช้าถึงสองทุ่มทุกวัน หยุดพักวันอาทิตย์วันเดียว ก็แทบไม่ได้ไปไหน เพราะเหนื่อยและอยากนอนมากกว่า

ข้อดีของการทำงานหนักโดยไม่มีเวลาใช้เงินก็คือ เธอมีเงินเก็บร่วม 2 ล้านบาท

แต่ข้อเสียคือเธอไม่มีเวลาทำอะไรเพื่อตัวเองเลย แค่ไปเยี่ยมพ่อกับแม่ที่บ้านอยู่ถนนตัดกัน เธอยังไม่มีเวลาไปเลย

ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา การทำงานหนักของเธอส่งผลให้เธอต้องนอนโรงพยาบาลร่วมสัปดาห์ เงินที่เก็บเอาไว้ถูกนำมาจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาล เป็นเงินหลายหมื่นบาท

ขณะนอนอยู่ที่โรงพยาบาล เธอนึกทบทวนถึงชีวิตที่ผ่านมา จนเกิดคำถามกับตัวเองว่า

“ฉันกำลังทำอะไรกับชีวิตของตัวเองอยู่”

และ “ฉันใช้ชีวิตแบบนี้เพื่ออะไร”

เธอบอกกับผมว่า เธอคิดคำตอบของคำถามข้างต้นไม่ออก เพราะคิดวนไปเวียนมากี่รอบ ก็ไม่พบเหตุผลที่ตัวเธอเองต้องทำงานหนักขนาดนี้

สิ่งเดียวที่เธอนึกออก และพอจะเป็นเหตุผลได้ มีเพียงแต่ “เงิน” เท่านั้น

พูดง่ายๆ แรงจูงใจเดียวที่ทำให้เธออดทนสู้กับงานหนักได้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านหลายปี ก็เพราะเธออยากเก็บเงินให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ภายใต้ความเชื่อว่า เมื่อมีเงินมากๆ ความสุขก็จะตามมา

แต่ก็ไม่รู้ว่า ทำไมทุกอย่างจึงเป็นเช่นนี้

ทำไม … พอเริ่มมีเงินเยอะขึ้น ความสุขในชีวิตที่เธอเคยฝันไว้กลับยิ่งลดน้อยลงไป

และต่อไปนี้ คือ คำตอบที่ผมตอบกลับเธอไปทางอีเมล์เมื่อสองเดือนก่อน

ถึงคุณ ………..

ผมว่าตอนนี้คุณคงเห็นชีวิตที่ผ่านมาของตัวเองดีแล้ว และผมคงไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินว่ามันผิดหรือถูกอย่างไร แต่ผมอยากให้คุณมองไปข้างหน้ามากกว่า

วิธีง่ายๆ ผมอยากให้คุณลองนึกถึงความฝันหรือเป้าหมายในชีวิต ที่คุณนึกถึงทีไร ก็มีความสุขอยู่เสมอ ขอเป็นความสุขในแบบของคุณเองนะครับ ไม่ต้องคิดถึงคนอื่น ไม่ต้องเปรียบต้องเทียบกับใคร

เขียนมาสัก 50 ข้อ เขียนเสร็จให้บอกเหตุผลที่ต้องการบรรลุความฝันหรือเป้าหมายนั้น

จากนั้นลองสมมติว่าตัวเองจะต้องตายในวันนี้ 3 ความฝันหรือเป้าหมาย ที่คุณเสียใจที่สุดที่ยังไม่ได้ลงมือทำ คือ อะไร

สุดท้ายลองดูว่า เป้าหมาย 3 อย่างที่คุณเขียนขึ้นมา มันจำเป็นต้องใช่เงินหรือไม่ ถ้าจำเป็นต้องใช้เงิน คุณรู้ไหมว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่ เมื่อรู้แล้วก็ให้วางแผนจัดการความฝันของคุณเสียตั้งแต่วันนี้

แต่หากเป้าหมายหรือความฝันนั้นๆ ไม่ต้องใช้เงิน ก็ให้ถามตัวเองดูสิว่า แล้วเรารออะไรอยู่

………………………………………………..

ผ่านไปนานร่วมเดือน ผมได้รับพัสดุไปรษณีย์บรรจุตุ๊กตาเครื่องลาง หน้าตาลวดลายแบบญี่ปุ่น ข้างในมีจดหมายเล็กๆ ขนาดเท่ากระดาษโพสอิท 2 แผ่น เขียนด้วยตัวหนังสือสไตล์ผู้หญิง ตัวเล็กๆ เบียดกันเต็มหน้ากระดาษ

ขอบคุณที่ทำให้ฉันมองเห็นว่า “ชีวิตฉันต้องการอะไร”

วันนี้ฉันเลือกแล้ว และฉันเลือก “ความสุข”

ฉันขายคอนโด มาอาศัยอยู่กับพ่อและแม่ หางานใหม่ใกล้บ้านท่าน เรามีเวลาทานข้าวเย็นด้วยกันทุกวัน แม่ฉันมีความสุขมาก ฉันก็ดีใจที่ทำให้แม่มีความสุข

นั่นคือ ความฝันหรือเป้าหมายอันดับ 1 ที่ฉันต้องการจริงๆในชีวิต

ความฝันที่สองของฉัน คือ การได้พาพ่อและแม่ไปเที่ยวต่างประเทศ ทั้งสองท่านไม่เคยแม้แต่ขึ้นเครื่่องบิน นึกแล้วก็รู้สึกเสียใจจังที่เพิ่งมาทำในสิ่งที่ตัวเองคิดไว้มานาน แต่อย่างน้อยก็ยังดีใจ ที่ได้ทำแล้ว และได้ทำทันเวลา

แม่บ่นว่าเปลืองเงิน แต่ฉันว่าท่านสนุกกับทริปนี้มาก ส่วนฉันไม่ต้องพูดถึง ดีใจมากที่วันนี้มาถึง

และเพื่อให้คุณจักรพงษ์เชื่อว่าฉันทำจริง ฉันจึงส่งตุ๊กตาเครื่องลางมาให้เป็นหลักฐาน

สำหรับความฝันที่ 3 ฉันกำลังลงมือทำอยู่ สำเร็จเมื่อไหร่จะมาเล่าให้คุณฟัง

ขอบคุณสำหรับ การรับฟังและแนวคิดที่ยอดเยี่ยม

………………………………………………

จำได้ว่า ตอนที่อ่านจบครั้งแรก ผมดีใจมาก ที่คำแนะนำของผมทำให้คนบางคนมีชีวิตที่มีความสุขมากขึ้น แต่ที่รู้สึกยินดีและชื่นชมมากกว่า ก็คือ เจ้าของเรื่องที่กล้า “ตัดสินใจลงมือทำ” จนมีความสำเร็จและความสุขดังเช่นทุกวันนี้

บางครั้งการนึกทบทวนถึงความฝันหรือเป้าหมายในชีวิตกันอีกสักครั้ง ก็ทำให้คนเราเห็นความสุขขึ้นมาได้อย่างง่ายๆ ยิ่งเอาเงื่อนเวลาในชีวิตที่เหลืออยู่มาร่วมพิจารณาด้วย ก็ยิ่งเป็นตัวเร่งที่ดี ที่ทำให้เรากล้าที่จะลงมือทำ

สุดท้ายแล้วคนเราเกิดมาเพื่อมีชีวิตที่มีความสุข โดยมีเงินเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น มีความฝันหลายอย่างที่ทำได้ทันที โดยไม่ต้องใช้เงิน

ดังนั้น จงอย่าเอาเงินเป็นความฝันหรือเป้าหมายชีวิต แต่ให้ใจที่มองเห็นความสุขเป็นตะเกียงส่องนำทาง

ชีวิตคนเราสั้นเกินกว่าที่จะจมอยู่บนกองทุกข์

ว่าแล้วมัวรออะไรอยู่ มามีความสุขและสนุกกับชีวิตกันดีกว่าครับ

3 COMMENTS

  1. “ความสุขในแบบของคุณเองนะครับ ไม่ต้องคิดถึงคนอื่น ไม่ต้องเปรียบต้องเทียบกับใคร”

    ทุกวันนี้มักทำความฝันเพื่อไปเปรียบเทียบคนอื่น บทความนี้เป็นการช่วยเตือนสติ ตอกย้ำอีกครั้ง ขอบคุณคุณนะครับโค้ช

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here