วิชามารทางการเงิน

0
678

annual-report-203761_640

มีหลายคนเคยถามผมว่าทำไมเวลาสอนเรื่องลงทุนผมถึงไม่ค่อยสอนเทคนิคหรือวิธีการซิกแซกบ้างเลย

ถามว่ารู้วิธีการพวกนี้บ้างไหมบอกได้เลยครับว่ารู้แต่เรื่องแบบนี้เป็นดาบสองคมข้อดีของมันคือช่วยให้เรามีโอกาสในการลงทุนได้มากขึ้นแต่ข้อเสียก็มีเพราะมันเป็นวิธีการที่ค่อนข้างเสี่ยงหากไม่มีการวางแผนที่ดี

ดังนั้นถ้าอะไรที่อันตรายมากผมก็จะไม่อยากเล่าหรือบอกแต่ก็อีกนั่นแหละด้วยความอยากได้ของคนเราไม่รู้จากผมเขาก็พยายามหาจากที่อื่นอยู่ดี

ยกตัวอย่างให้ดูกันสักเรื่องแล้วกัน…

อย่างกรณีของการกู้เงินมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเรารู้กันดีว่าทางธนาคารหรือสถาบันการเงินจะทำการตรวจสอบเครดิตของผู้กู้ผ่านทางบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติหรือเครดิตบูโร

ทีนี้ก็มีคนรู้กระบวนการว่าหากเรายื่นกู้ซื้อบ้านสัก 1 หลังกับธนาคารสักแห่งหนึ่งสมมติว่าเป็นธนาคารสีเขียวหลังยื่นกู้ผ่านแล้วธนาคารสีเขียวจะใช้เวลาสักพักกว่าจะส่งข้อมูลการกู้ยืมเงินของเราไปยังเครดิตบูโร

คนที่เห็นช่องทางนี้บางคนก็เลยใช้โอกาสนี้ยื่นซื้อบ้านเช่าพร้อมกันทีเดียวหลายๆหลัง

ฟังดูแล้วเหมือนจะดีแต่ก็มีความเสี่ยงครับ…

เพราะมีบางคนโลภถึงขั้นกู้ซื้อ10 หลังจาก 10 สถาบันการเงินถามว่าทำได้ไหม… ได้ครับและก็มีคนกล้าทำมาแล้วแต่ความเสี่ยงสูงมากยิ่งถ้าลงทุนเพื่อเก็งกำไรย่ิงเสี่ยงมั๊กๆ (ไม่รู้จะใช้คำอะไรดีให้เข้าใจว่ามันเสี่ยงมากจริงๆ)

ตอนซื้อไม่ปรึกษาพอมีปัญหาค่อยนึกถึงผมปัจจุบันมี3-4 คนกำลังให้ผมช่วยแก้ปัญหาอยู่เพราะดันกู้ซื้อและคิดว่าปล่อยเช่าได้ดันปล่อยเช่าไม่ได้หรือไม่ก็ปล่อยเช่าได้ต่ำกว่าค่าผ่อนทีนี้เลยเกิดอาการ“เข้าเนื้อ”

เข้าเนื้อหลังเดียวยังพอว่าเข้าเน้ือพร้อมๆกัน6-7 หลังทีนี้เลยเครียดเพราะเงินผ่อนไปกินเงินเดือนทำให้สภาพคล่องมีปัญหา

สุดท้ายนอกจากจะไม่ได้ทรัพย์สินแล้วยังทำลายเครดิตทางการเงินของตัวเองอีกต่างหาก

อีกสักตัวอย่างที่พบเห็นกันบ่อยมาก็คือการพยายามสร้างหลักฐานว่าเป็นคนมีรายได้มากเพื่อที่จะยื่นกู้ซื้อบ้านให้ได้ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วรายได้ต่ำหรือมีรายได้ไม่แน่นอน

เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องไม่ธรรมดาเพราะบางทีคำแนะนำก็มาจากคนในสถาบันการเงินเองเสียด้วยซ้ำว่าให้ทำอย่างนั้นซิกแซกอย่างนี้แล้วจะกู้ได้สร้างหลักฐานปลอมกันสารพัด

อดีตลูกน้องผมคนหนึ่งโทรติดต่อให้ผมช่วยออกหนังสือรับรองเงินเดือนว่ามีรายได้ 40,000 บาทต่อเดือนทั้งๆที่จริงๆแล้วมีรายได้แค่ 20,000 บาท

ผมถามว่าจะเอาไปทำอะไรจึงได้ความว่าจะเอาไปกู้ซื้อบ้านราคา3 ล้านบาทเมื่อถามต่อว่าถ้าซื้อแล้วต้องผ่อนเดือนละเท่าไหร่เขาตอบผมว่าเดือนนึงร่วม 20,000 บาท

คำถามคือกู้ได้แล้วจะผ่อนยังไงไหวเพราะแค่ค่าผ่อนบ้านก็ชนเงินเดือนแล้วคำตอบของเขาทำให้ผมสะอึกเขาบอกว่าเดี๋ยวหางานพิเศษทำน่าจะพอไหวยังไงต้องมีให้ได้เพราะจะแต่งงานปลายปีนี้แล้ว

นี่คือชีวิตที่ขาดการวางแผนการเงินทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการแล้วค่อยหาทางแก้ไขปัญหาโดยลืมไปว่าปัญหานี้จะต้องอยู่กับเรา 30 ปีเป็นหนี้ที่มีแน่ๆต้องจ่ายทุกเดือนๆส่วนรายรับนั้นค่อยว่ากันอีกที

สุดท้ายผมเลยต้องกลายเป็นคนใจร้ายไม่ช่วยไม่ทำให้เพราะรู้สึกว่าถ้าช่วยก็คงเป็นการทำร้ายเขาแต่ก็นั่นแหละในที่สุดเขาก็หาคนทำให้ได้อยู่ดีเพราะขณะที่ผมกำลังเล่าเรื่องนี้ให้ท่านฟังลูกน้องผมคนนี้ก็ได้บ้านสมใจเขาไปแล้ว

นี่คือเรื่องจริงทางการเงินที่เกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน

สุดท้ายแล้ว… ผมเชื่อเสมอว่าวิธีการทางการเงินนั้นสำคัญน้อยกว่าวิธีคิดเพราะคนเราถ้าจุดเริ่มต้นของความคิดมันผิดมันอยู่บนฐานของความโลภอยู่บนฐานของความไม่รู้จักประมาณตนวิธีการใดๆก็ล้วนแล้วแต่เป็นทางสู่หายนะได้ทั้งส้ิน

เดินทางตรงค่อยๆเดินสุขกายสุขใจตลอดการเดินทางดีกว่าครับ

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here