วิกฤติของคนส่วนใหญ่ โอกาสของใครบางคน

2
251

เมื่อวานได้มีโอกาสไปชมภาพยนตร์ “วัยรุ่นพันล้าน” (The Top Secret) ซึ่งเป็นหนังกึ่งอัตชีวประวัติของคุณอิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ เจ้าของสาหร่ายเถ้าแก่น้อย ดูแล้วรู้สึกชอบมาก เพราะหนังทำให้ได้เห็นตัวอย่างของเด็กวัยรุ่นที่มีความคิดอ่านเป็นของตัวเอง (ซึ่งหาได้น้อยลงเรื่อยๆในบ้านเรา) คิดและทำในส่ิงที่ตัวเองเชื่อ ไม่ย่อท้อต่อปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหันหน้าต่อสู้กับวิกฤติทางการเงินของครอบครัวอย่างไม่ย่อท้อ จนประสบความสำเร็จแก้ไขปัญหาหนี้ของครอบครัวได้

นั่งดูแล้วพลันนึกถึงสถานการณ์ของคนไทยในปัจจุบัน ที่กำลังต่อสู้กับวิกฤติ และได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ซึ่งแม้จะมาจากคนละต้นเหตุ แต่มีผลลัพธ์แบบเดียวกัน นั่นก็คือ ปัญหาทางการเงิน

ต๊อบ (อิทธิพัทธ์) ครอบครัวล้มละลาย มีหนี้จำนวนมหาศาล ถูกยึดทรัพย์จนไม่มีแม้กระทั่งบ้านจะอยู่ ส่วนคนไทยหลายคนในขณะนี้ มีจำนวนไม่น้อยที่บ้านเรือนเสียหาย อยู่อาศัยไม่ได้ และหลายคนกำลังจะตกงาน ไม่มีเงินเลี้ยงชีวิต ทั้งหมดจบลงกลายเป็นวิกฤติการเงินเหมือนกัน

“วิกฤติ คือ โอกาส”

ทุกครั้งที่ชีวิตมนุษย์มีภัย ไม่ว่าจะเป็นตกงาน กิจการล้ม เศรษฐกิจโลกถล่ม หรือแม้กระทั่งพบเจอกับภัยธรรมชาติอย่างในปัจจุบัน คำว่า วิกฤต คือ โอกาส มักจะผุดขึ้นมาให้เราได้ยินแทบทุกครั้ง อย่างในตอนวิกฤติเศรษฐกิจปี 2008 หลายคนที่ตกงานหันหลังให้งานประจำ แล้วพลิกตัวเองกลายเป็นเจ้าของกิจการนับแต่นั้นเป็นต้นมา

แต่ในครั้งนี้กลับแปลกออกไป เพราะตั้งแต่นำ้ท่วมมา ทีวีและสื่อต่างพากันประโคมผลกระทบอันแสนเศร้า หดหู่ ดูเหมือนหมดส้ินแล้วทุกสิ่งทุกอย่าง ชีวิตไม่น่าอยู่อย่างไรไม่รู้ ธุรกิจเสียหายแสนล้านบ้าง คนตกงานกว่าหกแสนคนบ้าง ต่างชาติจะย้ายฐานการผลิตบ้าง ไม่ค่อยมีสื่่อให้กำลังใจกับผู้สูญเสีย เพื่อให้สู้ต่อและเตรียมพลิกวิกฤตเป็นโอกาสกันสักเท่าไหร่ เปิดไปช่องไหนก็มีแต่ข่าวความสูญเสีย สังคมออนไลน์ก็มีแต่ด่านักการเมือง

ท้ายสุดสิ่งที่ผมเห็นก็คือ การสร้างแนวคิดการพึ่งพิงรัฐ คนจำนวนมากรอคอยการเยียวยา ซึ่งต้องบอกไว้เลยว่า เป็นยาขนานอ่อน ไม่ช่วยรักษาให้หาย แต่จะทำให้ยิ่งติด “ภาวะพึ่งพิง” ตามหลักคิด “ประชาชนอ่อนแอ ปกครองง่าย”

คำถามคือ “วิกฤต คือ โอกาส” สำหรับทุกคนหรือไม่?

ผมเชื่อว่า หลังน้ำลดจะมีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องตกงาน (อย่างน้อยก็สักระยะหนึ่ง) และมีเงินเหลือไม่พอสำหรับใช้จ่าย ยิ่งหากสถานประกอบการของตัวเองต้องใช้เวลายาวนานในการฟื้นฟู เชื่อเหลือเกินว่าผู้ได้รับผลกระทบเกินกว่าครึ่งหนึ่ง จะต้องได้รับผลกระทบจากเงินทองไม่พอใช้ และอาจต้องเข้าสู่วงจรหนี้ทั้งในและนอกระบบ

แล้วยังไงต่อ?

คนจำนวนหนึ่งจะเลือกรอโอกาสและความช่วยเหลือ โดยใช้เวลาว่างไปกับการพร่ำบ่นโชคชะตา กร่นด่ารัฐบาล และอะไรต่อมิอะไรก็ตาม ที่เขาเชื่อว่าทำให้พวกเขาต้องเป็นแบบนี้ แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา

ในขณะเดียวกัน จะมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่อยู่เฉยๆ รอรับความช่วยเหลือ โชค หรือโอกาส (แล้วแต่จะเรียก) แต่คนเหล่านี้จะคิด และเร่ิมลงมือหยิบจับอะไรบางอย่าง เพื่อให้ชีวิตตัวเองดีขึ้น หรืออย่างน้อยก็กลับมามีชีวิตที่ดีได้แบบเดิม และคนกลุ่มหลังนี่แหละที่จะพลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้จริง บนหลักการพื้นฐานง่ายๆ ของการพึ่งตัวเอง เหมือนอย่างต๊อบในหนังวัยรุ่นพันล้านและโลกแห่งความจริงที่ไม่รอใครมาช่วย หรือรอโอกาส แต่จะว่ิงเข้าหามันก่อนเสมอ และสู้ไม่เคยถอย ไม่รู้อะไรก็ “ถาม” แล้ว “ทำ”

อีก 3-5 ปี ต่อจากนี้ ผมเชื่อมั่นว่า เราคงได้มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้ประกอบการผู้ประสบความสำเร็จรายใหม่ ที่เล่าอ้างถึงจุดพลิกผันที่เร่ิมต้นจากน้ำท่วมในวันนี้

คำถามมีอยู่ว่า เมื่อถึงวันนั้น ชีวิตของคุณจะเป็นอย่างไร?

โอกาสในวิกฤติเปิดพร้อมกว้างเฉพาะคนที่กล้าท้าทายต่อโชคชะตาเท่านั้น”

SHARE
Previous articleวางแผนรับมือ “ความเสี่ยง”
Next articleพรุ่งนี้ ยังมี
เรียนจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะที่เด็กผู้ชายหลายคนใฝ่ฝัน พร้อมของขวัญวันรับปริญญาเป็นหนี้หลักสิบล้านจากครอบครัว ลงมือแก้ปัญหาทางการเงินแบบโง่ๆ … ไม่เรียนรู้ ไม่ถามใคร เพราะคิดว่าตัวเองเก่ง

2 COMMENTS

  1. ขอบคุณครับสำหรับบทความดีๆ เมื่อวานเห็นข่าวคนขายถังน้ำพลาสติก ห่วงยาง น้ำดื่มขวดขุ่น ยอดขายเพิ่มสูงมาก

  2. ขอบคุณครับ ผมก็ไปดูวัยรุ่นพันล้านมาแล้วเหมือนกัน ให้กำลังใจและแนวคิดดีๆ ให้ต่อสู้ต่อไปครับ เอาใจช่วยทุกๆคนครับ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here