“วางแผนการเงินให้รวย” ด้วยตัวเอง

1
836

หลังจากเขียนบทความ Financial Literacy: เคล็ด (ไม่) ลับ สู่ความมั่งคั่ง ผ่านสายตาคุณผู้อ่านมาร่วม 2  ปีครึ่ง ก็คิดว่าน่าจะสมควรแก่กาลที่จะต้องปรับเปลี่ยนเรื่อง หรือมุมมองใหม่ในการนำเสนอบ้าง เพราะจะว่าไปก็เริ่มหมดมุข กลัวว่าคุณผู้อ่านจะเบื่อ และหากเบื่ออาจส่งผลให้ตกงานได้ในที่สุด 555

วางแผนการเงินให้รวยด้วยตัวเอง

ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป เราจะพูดคุยกันถึงเรื่องการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล ซึ่งจะว่าไปถือได้ว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับเราๆท่านๆ อย่างมาก แต่กลับเป็นเรื่องที่ไม่มีการสอนกันอย่างจริงจัง จะมีก็เพียงการเสนอบริการวางแผนการเงินจากพ่อค้าที่ปลอมตัวมาในคราบนักวางแผนหรือที่ปรึกษาทางการเงิน

วิธีการของพวกเขาก็แสนจะง่ายดาย เพียงแค่สร้างเครื่องมือแบบทั่วไป (ยำ้ว่าทั่วไปจริงๆ) ประมาณว่าชีิวิตใครเป็นยังไง ออกแบบไว้อย่างไร สุดท้ายก็จบด้วยสินค้าของเขาได้หมด พูดให้ง่ายก็คือ ใช้คำว่า “วางแผนการเงิน”​ เป็นเครื่องมือในการขายสินค้า มิได้ให้ความรู้ทางการเงินอย่างจริงจังแต่อย่างใด

ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว “มีเพียงตัวเราเองเท่านั้นที่จะออกแบบชีวิต และวางแผนที่เหมาะสมให้กับตัวเองได้” และด้วยเหตุที่ส่ิงสำคัญๆหลายอย่างในชีวิตมักมีเงินเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นการวางออกแบบและวางแผนชีวิตโดยไม่วางแผนทางการเงินควบคู่ไปด้วยนั้น จึงเป็นเรื่องที่แทบจะทำไม่ได้หรือเป็นไปไม่ได้เลย

15 ตอนต่อจากนี้ เราจะมาคุยกันถึงเรื่องการวางแผนชีวิตและวางแผนทางการเงิน ตั้งแต่เรื่องง่ายๆ อาทิ วางแผนการใช้จ่าย จัดการหนี้สิน วางแผนภาษี บริหารความเสี่ยง ซื้อทรัพย์สินขนาดใหญ่ (บ้าน/รถ) ไปจนถึงเรื่องยากๆ ที่ไม่่ค่อยวางแผนกันตั้งแต่เนิ่นๆ อย่าง การเกษียณอายุ

และเพื่อให้เรื่องราวดูง่ายสำหรับผู้ไม่มีพื้นฐานทางการเงิน ผมจะเล่าเรื่องผ่านกรณีศึกษา และเครื่องมือทางการเงินที่ไม่ซับซ้อน แต่ทรงประสิทธิผล เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถเรียนรู้ ทำตาม และนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับตัวเองได้ สมกับชื่อของบทความ “วางแผนการเงินให้รวยด้วยตัวเอง” ซึ่งท้ายที่สุดจะกลายเป็นหนังสือเพื่อเผยแพร่เป็นความรู้ทางการเงินแก่วงกว้างได้ต่อไป

ความตั้งใจในการเขียนบทความซีรีส์ดังกล่าว มาจากพื้นฐานความเชื่อที่ว่า คนเราเกิดมาพร้อมกับความฉลาดทางการเงิน เพียงแต่เราได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องบางอย่าง ทำให้เราดำเนินชีวิตทางการเงินผิดไป หรือไม่ก็หลงเชื่อข้อมูลบางอย่าง คิดว่าเป็น “ความรู้” (Knowledge) ทั้งที่จริงแล้วมันเป็นเพียงโฆษณาจากผู้ขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินเท่านั้น

ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างกรณีของทองคำ ที่หลายคนเชื่อกันว่า ณ ขณะนี้มีแต่ขึ้น ไม่มีทางลง ยิ่งถ้าได้อ่านข้อมูลจากบริษัทผู้ค้าทองคำยิ่งไปกันใหญ่ ในความเป็นจริงหลายท่านก็คงเคยทราบว่า มันก็มีบางช่วงเวลาเหมือนกันที่ทองคำมีราคาตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย อย่างในปี  1980 ทองคำก็เคยราคาตกลงจาก 800 เหรียญต่อออนซ์ เหลือเพียง 200 เหรียญต่อออนซ์มาแล้ว

หลายคนอาจบอกว่า เหตุผลที่ทองคำมีราคาตกต่ำในปี 1980 ไม่น่าจะเกิดขึ้นอีกในปี 2011-2012 นี้ (คงไม่เกิดด้วยเหตุเดียวกัน) ซึ่งก็อาจจะจริง แต่ผมก็ยังเชื่อว่า คนที่ขาดทุนทองคำ ณ ปี 1980 ก็คงไม่ได้เผื่อขาดทุน ด้วยเหตุที่เกิดขึ้นในวันนั้นด้วยเช่นกัน

ทางออกที่ดีจึงไม่ใช่การมองโลกแบบสุดโต่งแบบเป็นสีชมพูหรือไม่ก็ดำไปเลย แต่มันคือการมองโลกตามความเป็นจริง บนความเป็นไปได้ แล้วลองคิดดูว่า หากโลกเปลี่ยนเป็็นสีดำขึ้นมาจริงๆ จะทำอย่างไร ไม่ให้บาดเจ็บจนทนไม่ไหว ในขณะเดียวกัน หากโลกเป็นสีชมพูอย่างที่วาดหวังไว้ จะต้องเตรียมรับมือกับโอกาสที่ถาโถมเข้ามาอย่างไร ที่จะเรียกได้ว่าไม่เสียโอกาส

วิธีการรับมือทั้งหมดข้างต้น เขาเรียกว่า “แผนการเงิน” ที่เกิดจากการคิดและวางแผนของบุคคลผู้เป็นเจ้าของการลงทุนนั้น

หรืออย่างเรื่องงง่ายๆ ใกล้ตัวที่กำลังจะเป็นมหกรรมการซื้อขายทรัพย์สินระดับประเทศ อย่างการซื้อรถยนต์คันแรก หรือซื้อบ้านหลังแรกนั้น จะต้องวางแแผนการกันอย่างไร สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของเราหรือไม่ ราคาควรเป็นเท่าไหร่ การจัดสรรเงินดาวน์ควรทำอย่างไร เขาคิดดอกเบี้ยกันยังไง แล้วค่าใช้จ่ายที่จะตามมาจากการมีรถยนต์ หรือมีบ้านเป็นของตัวเอง คืออะไร รายได้หลังซื้อรถซื้อบ้านจะพอเก็บพอกินหรือไม่

ทัั้งหมดนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการเงิน ที่เราจะคุยกันตลอด 15 ตอนต่อจากนี้ไปเช่นกัน โดยสุดท้ายปลายทางของทั้ง 15 ตอนนั้น ก็มุ่งหวังให้คนไทยมีความรู้ทางการเงินพื้นฐานที่ถูกต้อง มีสภาพคล่องที่ดี ออมได้ ใช้เป็น และมั่งคั่งในปลายทางของชีวิต

สำหรับท่านที่สนใจอยากอ่านบทความ Financial Literacy: เคล็ด (ไม่) สู่ความมั่งคั่งย้อนหลัง สามารถติดตามอ่านได้ที่  www.jakkapong.com หรือจะรออ่านฉบับรวมเล่มในเดือนตุลาคมก็ได้ครับ  (จัดจำหน่ายผ่านสำนักพิมพ์ซีเอ็ด ในชื่อ “อิสรภาพทางการเงินของแท้” เริ่มต้นง่าย แค่ใจมองเห็น)

ท้ายสุดฝากถึงงานสัมมนา “Real Estate Investing Made Easy” รุ่นที่ 4  รอบสุดท้าย ก่อนปิดเล่มหนังสือ ปัจจุบันผ่านไปแล้ว 2  รุ่น ก็น่าดีใจที่มีผู้เข้าสัมมนาลงทุนประสบความสำเร็จมีทรัพย์สินที่สร้างกระแสเงินสดไปแล้วหลายท่าน หากใครต้องการให้ผมเป็นโค้ชการลงทุนให้ ก็รีบหน่อยนะครับ เพราะหลังจากรอบนี้จะไม่เปิดบรรยายอีกแล้ว (สมัครได้ที่ www.jakkapong.com เช่นกันครับ))

แล้วพบกันสัปดาห์กับ  “วางแผนการเงินให้รวยด้วยตัวเอง”

“หากคุณไม่วางแผนจัดการกับเงิน เงินจะจัดการชีวิตคุณ”

1 COMMENT

  1. แต่ก่อนเจออะไรทำเลยไม่ค่อยมีแผนหลังจากอ่านเริ่มเป็นคนวางแผนก่อนลงมือทำกว่าแต่ก่อน ขอบคุณมากครับ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here