มีเสบียงสำรอง (2)

0
162

 

ครั้งก่อนเราได้คุยกันถึงความจำเป็นของการมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน และได้บอกกันไว้แล้วว่า เพื่อความปลอดภัย คนเราควรมีเงินสำรองไว้ 6 เท่าของรายจ่ายแต่ละเดือน ในครั้งนี้เราจะมาคุยกันถึงวิธีจัดการกับเงินก้อนดังกล่าวกันครับ

หลังจากเร่ิมหักเงิน 10 เปอร์เซ็นต์ ออมในบัญชีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน ท่านควรวางแผนว่าจะนำเงินดังกล่าวสะสมไว้ที่ไหนอย่างไร

ทั้งนี้โดยหลักการแล้ว เงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน ต้องเก็บอยู่ในที่ที่มีความเสี่ยงต่ำ รับเงินเฟ้อได้ตามสมควร และมีสภาพคล่องสูง พูดให้ง่ายเข้าก็คือ จะเก็บไว้ที่ไหนก็ได้ แต่เงินต้นต้องไม่หดหาย มีผลตอบแทนใกล้เคียงเงินเฟ้อ และสามารถเบิกถอนเพื่อนำออกมาใช้ได้ไม่ยาก

ทางเลือกในการเก็บเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน ที่แนะนำก็คือ บัญชีเงินฝาก กองทุนรวมตลาดเงิน และกองทุนรวมตราสารหนี้

(กรณีกองทุนรวมต้องเป็นกองทุนแบบเปิด หรือลงทุนเพิ่มและถอนออกได้ตลอดเวลา อย่าซื้อกองทุนปิด ประเภทที่กำหนดอายุกองทุนชัดเจน 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี)

สำหรับบัญชีเงินฝากคงไม่ต้องอธิบายอะไรกันมาก จะเป็นฝากออมทรัพย์หรือฝากประจำก็ได้ ไม่ได้มีผลอะไร เพราะหากจำเป็นต้องใช้ก็สามารถเบิกใช้ได้ทันที

ส่วนกองทุนรวมตลาดเงินและกองทุนรวมตราสารหนี้นั้น คือ กองทุนซึ่งรวบรวมเงินของผู้ลงทุน (เช่นพวกเรา) ไปลงทุนในตราสารประเภท “หนี้” ทั้งหลาย อาทิ เงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง และหุ้นกู้บริษัทเอกชน ฯลฯ

ความแตกต่างระหว่างกองทุนรวมตลาดเงิน และกองทุนรวมตราสารหนี้ก็คือ กองทุนรวมตลาดเงินนั้นเน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุเหลือไม่เกิน 1 ปี (ยืมสั้น) ส่วนกองทุนรวมตราสารหนี้ก็ลงทุนในทรัพย์สินประเภทเดียวกัน แต่อายุของหนี้เหลือมากกว่า (ยืมยาว)

ด้วยเหตุที่อายุของตราสารต่ำกว่า กองทุนรวมตลาดเงินจึงมีความเสี่ยงต่ำกว่า (ลองนึกภาพเพื่อนขอยืมเงิน 1 เดือน กับ 1 ปี อันไหนเสี่ยงหนี้สูญมากกว่ากัน) แต่ก็ให้ผลตอบแทนต่ำกว่ากองทุนรวมตราสารหนี้

คำถาม: มีทางเลือกหลายทาง แล้วเราควรนำเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินไปเก็บไว้ที่ไหนดี

คำตอบ: อันนี้คุณต้องตัดสินใจเอง โดยอาจพิจารณาเปรียบเทียบความเสี่ยง สภาพคล่อง และผลตอบแทนดู เพราะแต่ละช่องทางก็มีข้อดี-ข้อเสียในแต่ละด้านต่างกัน

ด้านความเสี่ยง: เงินฝากเป็นช่องทางที่เสี่ยงน้อยที่สุด ถัดมาก็เป็นกองทุนรวมตลาดเงิน และกองทุนรวมตราสารหนี้ตามลำดับ

แม้ว่าในอนาคต การคุ้มครองเงินฝากจะลดลงเหลือบัญชีละ 1 ล้านบาท แต่โดยปกติแล้วบัญชีเงินสำรองก็ไม่ได้ใหญ่โตขนาดนั้น และถ้าหากจำนวนเงินสำรองของท่านเกิน 1 ล้านบาท ท่านก็สามารถเปิดบัญชีเพิ่มกับธนาคารอื่นได้

ส่วนกองทุนรวมตลาดเงินและกองทุนรวมตราสารหนี้นั้น เวลาซื้อ แนะนำให้พิจารณาเลือกกองทุนที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล หรือตั๋วเงินคลัง จะปลอดภัยกว่ากองทุนที่ลงทุนในหุ้นกู้บริษัทเอกชน เพราะการซื้อกองทุนที่ลงทุนในพันธบัตรและตั๋วเงินคลัง แม้จะมีผลตอบแทนตำ่กว่า แต่ก็มั่นคงและปลอดภัยกว่า หรือพูดให้ง่ายก็คือ มีลูกหนี้เป็นรัฐบาลปลอดภัยกว่าบริษัทเอกชนนั่นเอง

ด้านสภาพคล่อง: เงินฝากก็จะดีกว่ากองทุนรวม เพราะสามารถเบิกถอนได้ทันที ในขณะที่กองทุนรวมนั้น ต้องใช้เวลาเบิกถอน 1 วัน นั่นคือ เบิกวันนี้ ได้เงินวันพรุ่งนี้ แต่ก็ถือว่าไม่ช้า อย่างไรก็ดีในปัจจุบันมีกองทุนรวมตลาดเงินบางตัวที่มีบัตรกดเงิน เบิกเงินได้วันต่อวันเลยเหมือนกัน

ด้านผลตอบแทน: กองทุนรวมตราสารหนี้ก็จะมากที่สุด ถัดมาก็จะเป็นกองทุนรวมตลาดเงิน และเงินฝาก ทั้งนี้เพราะกองทุนรวมลงทุนในพันธบัตร ตั๋วเงินคลัง และหุ้นกู้ ซึ่งส่วนใหญ่ให้อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าเงินฝาก แถมผลกำไรของกองทุนยังไม่ต้องเสียภาษีเหมือนเงินฝากอีกด้วย

ทั้งนี้ การจะเลือกสะสมเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินไว้ที่ใดนั้น เป็นความรับผิดชอบทางการเงินของตัวคุณเอง โดยพิจารณาจากแนวทางที่ผมกล่าวถึงไปแล้วข้างต้น

นอกจากเลือกทางใดทางหนึ่งแล้ว มีลูกค้าของผมบางคนเหมือนกันที่ใช้วิธีการแบ่งเงินสะสม เช่น หากมีความจำเป็นต้องสำรองเงินเผื่อฉุกเฉิน 200,000 บาท ก็อาจแบ่ง 100,000 บาทไว้ในเงินออม และอีก 100,000 บาทไว้ในกองทุนรวมตลาดเงิน

คำถาม: เงินสำรองเผื่อฉุกเฉินเก็บไว้ในรูปหุ้น หรือทองคำได้หรือไม่

คำตอบ: ไม่ควรครับ เพราะทั้งหุ้นและทองคำมีความผันผวนสูง และอาจมีมูลค่าลดลงในวันที่เรามีความจำเป็นต้องใช้เงินได้

คำถาม: หากเรามีวงเงินเบิกเกินบัญชี (OD) บัตรกดเงินสด หรือกรมธรรม์ประกันชีวิต ที่สามารถกู้เงินมาใช้ยามฉุกเฉินได้ ยังจำเป็นหรือเปล่าที่จะต้องมีตะกร้าเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน

คำตอบ:  จำเป็นครับ เพราะทั้งวงเงินเบิกเกินบัญชี บัตรกดเงินสด กรมธรรม์ประกันชีวิต หรือแม้แต่บัตรเครดิตที่ยังมีวงเงินเหลือ ล้วนแต่ไม่ใช่เงินสำรองเผื่อฉุกเฉินตามนิยามของสุขภาพทางการเงินที่ดีเลย เพราะการใช้เงินจากแหล่งที่กล่าวถึงนั้น มีต้นทุนสำคัญ คือ ดอกเบี้ย ซึ่งจะส่งผลให้มีภาระทางการเงินตามมาในอนาคต ดังนั้น ถ้าจะให้ดี เก็บสะสมเงินของเราไว้เองดีกว่าครับ

คำถาม: ถ้ากองทุนมีผลตอบแทน จะเอาผลตอบแทนไปทำอะไรดี

คำตอบ: เก็บไว้ที่เดิมครับ เช่น ถ้าฝากเงินก็เก็บดอกเบี้ยไว้ในบัญชี หรือหากลงทุนกองทุนรวม ก็ถือมันไว้อย่างนั้นครับ ทั้งนี้เพื่อชดเชยกับเงินเฟ้อที่กัดกินอำนาจซื้อของเงินของเรา

พบกันฉบับหน้าครับ

SHARE
Previous articleมีเสบียงสำรอง
Next article“จน”​ ความคิด
เรียนจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะที่เด็กผู้ชายหลายคนใฝ่ฝัน พร้อมของขวัญวันรับปริญญาเป็นหนี้หลักสิบล้านจากครอบครัว ลงมือแก้ปัญหาทางการเงินแบบโง่ๆ … ไม่เรียนรู้ ไม่ถามใคร เพราะคิดว่าตัวเองเก่ง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here