พรุ่งนี้ ยังมี

1
131

เชื่อเหลือเกินว่าถึงตอนนี้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆในกรุงเทพต่างก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมกันไปบ้างแล้ว มากบ้างน้อยบ้าง แล้วแต่พื้นที่ที่ดำรงชีวิต ส่วนตัวผู้เขียนเอง ณ วันนี้ (วันอังคารที่ 1 พ.ย.) นำ้มาจ่ออยู่หน้าบ้านแล้ว คาดว่าอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าก็คงได้เป็นผู้ประสบภัยด้วยเช่นกัน

ผลกระทบที่ตามมาจากภัยครั้งนี้ เชื่อว่าคงหนักเบาไม่เท่ากัน บางคนท่วมมากสูญเสียมาก ไหนจะค่าใช้จ่ายในการอพยพ ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูบ้านและทรัพย์สิน โชคไม่ดีอาจกระทบถึงสุขภาพทั้งกายและจิตใจอีกด้วย บางคนอาจได้รับผลกระทบทางอ้อม ที่บ้านไม่โดนน้ำท่วม แต่ที่ทำงานจมน้ำ ต้องหยุดทำงาน อันนี้ก็แย่ไม่แพ้กัน

หลายคนให้กำลังใจและเตือนสติคนกรุงเทพว่า “ต้องสู้” ดูคนนครสวรรค์ อยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี ฯลฯ สิเขายังอยู่กันได้เลย คนกรุงเทพโดนแค่นี้จะเป็นอะไร

ไม่รู้สิ โดยส่วนตัวแล้ว ผมมองว่าคำปลอบใจในลักษณะนี้มีประโยชน์ต่อปัญหาไม่มากนัก เพราะความทุกข์เป็นเรื่องที่เปรียบเทียบกันไม่ได้ คนแต่ละคนสามารถรับมือกับทุกข์ได้ไม่เท่ากัน ขึ้นกับประสบการณ์ ทัศนคติ และอื่นๆที่ส่ังสมมาตั้งแต่อดีต มดก็มีปัญหาของมด ช้างก็มีปัญหาของช้าง จริงอยู่ว่าการเปรียบเทียบดังกล่าว อาจก่อให้เกิดกำลังใจขึ้นได้บ้าง แต่ก็แค่ครั้งคราว เป็นได้แค่การให้ฉุกคิด ซึ่งอาจทรงพลังไม่พอที่จะแก้ไขปัญหาให้ผ่านพ้นไปได้ เพราะมันไม่ได้เป็นการคิดได้จากภายในตัวตนของเรา ซึ่งผลักดันในเราหันกลับมาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังได้มากกว่า

ในมุมมองผม เวลามีความทุกข์ ผมไม่ค่อยชอบเปรียบเทียบกับคนอื่นว่า เขาหนักกว่าเราเขายังอยู่ได้ หรือคนอื่นเขาก็โดนเหมือนกัน แต่ทุกครั้งที่มีทุกข์มาเยือน (โดยเฉพาะตอนที่ครอบครัวผมเป็นหนี้หลักสิบล้าน) ผมจะมองจากตัวเองออกไป โดยจะพยายามตั้งคำถามเชิงบวกให้กับตัวเอง

“เรายังเหลืออะไร” และ “เราจะกลับมามีชีวิตที่มีความสุขได้อย่างไร”

ถึงวันนี้สถานการณ์ในชีวิตของผมถือได้ว่าดีกว่าเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วมาก จนอดแอบคิดกับตัวเองไม่ได้ว่า ถ้าวันนั้นผมคิดลบว่า “สูญเสียอะไรไปบ้าง” จะได้อยู่จนถึงวันที่เห็นมหาอุทกภัยครั้งนี้หรือไม่

สำหรับใครที่ประสบกับอุทกภัยขั้นร้ายแรงในครั้งนี้ ส่ิงแรกที่ผมอยากให้พวกเราทำก็คือ หยุดอาลัยอาวรณ์กับความสูญเสีย แล้วมองดูคนในครอบครัวของเรา แล้วถามตัวเองว่า “ท่านสำคัญกับคนเหล่านี้แค่ไหน?” และ “ถ้าท่านท้อแท้ สิ้นหวัง แล้วคนที่รักท่านเหล่านี้จะเป็นอย่างไร?”

หยุดบ่นรัฐบาล หยุดว่ากล่าวชุมชนรอบข้าง หยุดทุกส่ิง แล้วหันมากอดคนในครอบครัว ให้กำลังใจกัน ให้เวลากับการพูดคุยถึงวันข้างหน้า ว่าจะต้องทำอะไรกันบ้าง เพื่อให้ชีวิตดีขึ้น ถ้าทำได้ตามนี้รับรองว่าปัญหาน้ำท่วมคราวนี้

จะกลายเป็นปัญหา “ขี้หมา” สำหรับท่านไปได้ในทันที

ไม่จำเป็นว่าท่านจะต้องเป็นหัวหน้าครอบครัว ถึงจะมีพลังและผลักดันคนในครอบครัวให้ลุกขึ้นสู้ตามไปได้ ขอเพียงแค่ใครคนหนึ่งในครอบครัวยืนกรานที่จะสู้ ผมว่าครอบครัวนั้นไม่แพ้แล้วครับ

เป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวที่ประสบอุทกภัย ผลักดันพลังแห่งความรักจากสถาบันที่เล็กที่สุด แต่ทรงพลังมากที่สุด ต่อให้ไม่เหลืออะไร ขอให้รู้ว่าเรายังสำคัญ และมีคนที่รักเรายืนข้างเราเสมอ

ทุกครอบครัวจะกลับมามีความสุขกันได้อีกครั้งแน่นอน

พรุ่งนี้ ยังมีครับ


SHARE
Previous articleวิกฤติของคนส่วนใหญ่ โอกาสของใครบางคน
Next articleเตรียมกระเป๋าสตางค์รับมือน้ำลด
เรียนจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะที่เด็กผู้ชายหลายคนใฝ่ฝัน พร้อมของขวัญวันรับปริญญาเป็นหนี้หลักสิบล้านจากครอบครัว ลงมือแก้ปัญหาทางการเงินแบบโง่ๆ … ไม่เรียนรู้ ไม่ถามใคร เพราะคิดว่าตัวเองเก่ง

1 COMMENT

  1. ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวต่อสู้และผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้ครับ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here