ปลอดหนี้จน

0
257

“สิ่งที่จะทำให้คนเรารวยนั้น ไม่ใช่เงิน แต่มันคือ นิสัยการใช้เงิน”

ก่อนที่เราจะมาพูดคุยกันถึงสุขภาพทางการเงินที่ดี #2: “ปลอดหนี้จน” สิ่งแรกที่เราควรทำความเข้าใจให้ตรงกันเสียก่อนก็คือ “หนี้จน คือ อะไร”

ในทางการเงินนั้นมี “หนี้”อยู่ด้วยกัน 2 ประเภท นั่นคือ หนี้รวย และหนี้จน

หนี้รวย คือ หนี้ที่เมื่อเราก่อขึ้นแล้ว ทำให้เรามีรายได้เพิ่ม (รวยขึ้น คล่องขึ้น) ส่วน หนี้จน นั้นหมายถึง หนี้ที่เมื่อเราก่อขึ้นแล้ว ทำให้มีรายจ่ายเพ่ิม (จนลง ฝืดลง)

ยกตัวอย่าง นายเอ ซื้อบ้านหลังหนึ่ง ราคา 1,000,000 บาท โดยวางดาวน์ 200,000 บาท ที่เหลืออีก 800,000 บาทจำนอง (เป็นหนี้) กับธนาคาร โดยต้องมีค่าผ่อนชำระคืนเดือนละ 6,000 บาท

หากนายเอ ซื้อบ้านหลังนี้ไว้เพื่ออยู่อาศัยเอง หนี้จดจำนองบ้านจะทำให้นายเอต้องมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นเดือนละ 6,000 บาท ไปทุกเดือน ตลอดระยะเวลากู้ยืม (โดยปกติ 30 ปี) ในกรณีนี้บ้านหลังดังกล่าวจะถือเป็นหนี้จน เพราะทำให้นายเอจนลง จากรายจ่ายที่เพิ่มข้ึน

แต่หากนายเอปล่อยบ้านหลังนี้ให้เช่า โดยเก็บค่าเช่าจากผู้เช่าได้เดือนละ 10,000 บาท นายเอก็จะมีกำไรจากบ้านหลังนี้เดือนละ 3,000 บาท (ค่าเช่า 10,000 – เงินผ่อนชำระ 7,000) ในกรณีนี้บ้านหลังดังกล่าวก็จะเปลี่ยนสภาพเป็นหนี้รวยในทันที เพราะมันทำให้นายเอมีรายได้เพ่ิมขึ้นและมีสภาพคล่องมากขึ้น

กล่าวโดยสรุป วิธีการตัดสินว่าสิ่งใดเป็นหนี้รวยหรือหนี้จนนั้น ไม่ได้แยกตามส่ิงของที่เราซื้อ แต่วัดกันที่ผลลัพธ์สุดท้ายว่า การก่อหนี้นั้นทำให้เรามีรายได้เพ่ิม (หนี้รวย) หรือมีรายจ่ายเพิ่ม (หนี้จน)

สำหรับในกรณีของ “หนี้จน” นั้น เรายังสามารถแบ่งมันออกได้เป็นอีก 2 กลุ่มด้วยกัน คือ

1) หนี้บริโภค หมายถึง หนี้ที่เกิดจากการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ใช้แล้วหมดไป ไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเพ่ิมใดๆ เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้ิสินเชื่อส่่วนบุคคล และหนี้นอกระบบ ฯลฯ ซ่ึงจัดเป็นหนี้จนกลุ่มที่เลวร้ายที่สุด เพราะเป็นหนี้ที่เกิดจากการกินอยู่และซื้อหาข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เป็นประเภทหนี้ที่คนเราไม่ควรมีติดตัว หากอยากมีความมั่งคั่งในชีวิต

จากประสบการณ์ให้คำปรึกษาทางการเงินของผมพบว่า คนที่มีปัญหาสภาพคล่องร้อยละ 90 มีปัญหามาจากหนี้บริโภคมากที่สุด เรียงลำดับกันมาตั้งแต่หนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และสุดท้ายลามไปสู่หนี้นอกระบบ

กลไกสู่ความยากจนแบบถาวรเร่ิมต้นง่ายๆ จากการใช้จ่ายเกินตัว ก่อหนี้จากบัตรเครดิตใบหนึ่งจนเต็ม ก็เปิดบัตรใบที่สองแล้วก็ใช้จนเต็ม จากนั้นกู้สินเชื่อส่วนบุคคลมาเคลียร์หนี้บัตรเครดิต (บางคนถึงกับเอาบ้านกลับไปจดจำนอง) แต่ก็ยังใช้บัตรอยู่ ทำให้ปริมาณหนี้โดยรวมเพ่ิมขึ้นไปอีก สุดท้ายทำบัตรเครดิตเพ่ิมไม่ได้ กู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินมาจัดการปัญหาอีกก็ไม่ได้ จึงต้องหันเข้าสู่วงจรหนี้นอกระบบ ซึ่งหากเข้าสู่วงจรนี้แล้ว ก็อยากที่จะกลับมาใช้ชีวิตปกติได้

2) หนี้เพื่อการประกอบอาชีพและอยู่อาศัย หมายถึง หนี้ที่เราสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพและอยู่อาศัย เช่น หนี้กู้ซื้อรถยนต์ หนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษา และหนี้กู้ซื้อและตกแต่งบ้าน ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดก็ถือว่าเป็นหนี้จนเหมือนกัน แต่เป็นหนี้จนที่อาจมีความจำเป็นมากกว่า

ทั้งนี้หากเปรียบเทียบกันแล้ว หนี้สินเพื่อการประกอบอาชีพและที่อยู่อาศัย ก็ยังยอมรับหรือยอมให้มีได้มากกว่าหนี้บริโภค ซึ่งเกณฑ์ในการพิจารณาว่าควรจะมีหนี้กลุ่มน้ีหรือไม่ ก็คือ สภาพคล่องนั่นเอง

อย่างในกรณีของการซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัย เราทุกคนรู้อยู่แล้วว่าบ้านเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิต แต่ถ้าหากอยากมี แต่การเงินยังไม่พร้อม อย่างนี้ก็อาจเลือกผ่อนบ้านที่พอจ่ายไหวอยู่ไปก่อนจะดีกว่า

การตรวจสอบความพร้อมนั้นก็ดูง่ายๆ ถ้าหากเงินดาวน์สัก 10-20 เปอร์เซ็นต์ยังไม่มี ก็อย่าซื้อเลยครับ เก็บเงินให้ได้ก่อนดีกว่า

อีกประเด็นหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาสภาพคล่องของหนี้กลุ่มนี้ก็คือ ความหรูหราเกินพอดี รถยนต์ต้องคันใหญ่ รุ่นใหม่ บ้านต้องหลังใหญ่ หรูหรา ตรงนี้ก็ต้องแล้วแต่ละบุคคลว่า พร้อมจ่ายได้แค่ไหน หากจ่ายไหวก็ไม่มีใครว่า แต่ถ้าซื้อเกินตัวแล้วกระทบสภาพคล่อง อย่างนี้ก็จะมั่งคั่งยาก

ถึงตรงนี้ ทุกคนน่าจะพอมองภาพออกแล้วว่า อะไรคือหนี้รวย และอะไรคือหนี้จน ทีนี้ก็ได้เวลาตรวจสอบสุขภาพทางการเงิน#2: “ปลอดหนี้จน” กันแล้วครับ

คำถามง่ายๆของการตรวจเช็คสุขภาพทางการเงินในหัวข้อนี้ก็คือ

[    ]  คุณไม่มีหนี้จนใช่หรือไม่

หากคำตอบของคำถามคือ “ใช่”ก็ยินดีด้วย ท่านสามารถกระโดดไปศึกษาในหัวข้อต่อไป นั่นคือ “พร้อมชนความเสี่ยง” ได้เลย

แต่หากคำตอบของท่าน คือ “ไม่ใช่” ก็แสดงว่าปัจจุบันนี้ชีวิตของท่านยังมีหน้ีจนติดตัวอยู่ คำถามสำคัญที่ต้องถามก่อนก็คือ “มีหนี้จนแล้วสภาพคล่องของท่านยังดีอยู่หรือไม่”

(ตรงนี้อย่าลืมนิยามของสภาพคล่องดี นั่นคือ มีเงินเพียงพอใช้จ่าย และมีเงินเก็บออมอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ของรายรับ)

หากสภาพคล่องของท่านยังดีอยู่ จะมองข้ามหัวข้อนี้ไปยังหัวข้อต่อไปเลยก็ไม่ว่ากัน แต่หากมีหนี้ และมีปัญหาสภาพคล่องด้วย อย่างนี้คงต้องมาจัดการกับหนี้ของตัวเองก่อน

ส่วนวิธีการจัดการนั้น ขอยกไปคุยกันในตอนหน้าครับ

SHARE
Previous articleสภาพคล่องดี
Next articleปลอดหนี้จน (2)
เรียนจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะที่เด็กผู้ชายหลายคนใฝ่ฝัน พร้อมของขวัญวันรับปริญญาเป็นหนี้หลักสิบล้านจากครอบครัว ลงมือแก้ปัญหาทางการเงินแบบโง่ๆ … ไม่เรียนรู้ ไม่ถามใคร เพราะคิดว่าตัวเองเก่ง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here