ปลอดหนี้จน (2)

0
333

“หนี้จน ถือเป็นความผิดพลาดทางการเงินขั้นสูงสุดที่มนุษย์จะพึงกระทำได้”

หลังจากในสัปดาห์ที่แล้ว เราได้ค้นพบตัวเองแล้วว่ามีหนี้จนอยู่กับตัว สัปดาห์นี้เรามาหาวิธีจัดการกันครับ

แต่ก่อนที่จะลงมือแก้ปัญหาหนี้ ก็ต้องเรียนตามตรงว่า กระบวนการปลดหนี้นั้นไม่ยาก แต่ต้องอาศัยความอดทนสูง เพราะบางครั้งอาจต้องรอเวลาบางอย่างเหมือนกัน

จากที่คุยกันครั้งก่อนเราได้ทราบแล้ว หนี้จนนั้นยังสามารถแบ่งออกได้อีก 2 กลุ่ม นั่นคือ หนี้บริโภค และหนี้เพื่อการประกอบอาชีพและอยู่อาศัย

ทั้งนี้ในการจัดลำดับการปลดหนี้นั้น ควรเริ่มต้นที่กลุ่มหนี้บริโภค อันได้แก่ หนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล หนี้บัตรกดเงินสด และหนี้นอกระบบเสียก่อน แล้วค่อยไปจัดการกับหนี้เพื่อการประกอบอาชีพและอยู่อาศัย เว้นแต่ว่าท่านขาดสภาพคล่องอย่างหนักจริงๆ ก็อาจไปพิจารณาหนี้ที่มีค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระสูงๆ ก่อนได้

สำหรับวิธีการแก้ไขปัญหาหนี้นั้น ผมขอแยกลูกหนี้ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ยังมีสภาพคล่องอยู่ และกลุ่มที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องไปแล้ว

เร่ิมจากกลุ่มที่ยังมีสภาพคล่องก่อน หัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาหนี้สินของคนกลุ่มนี้ คือ การรักษาเครดิตทางการเงินเอาไว้ เพราะปัญหายังอยู่ในลักษณะที่บริหารจัดการได้

ขั้นตอนการปลดหนี้สำหรับผู้ที่ยังมีสภาพคล่องทางการเงินเหลืออยู่

1. หยุด! ก่อหนี้เพิ่ม

ข้อนี้สำคัญที่สุด เพราะถ้าไม่หยุด ปริมาณหนี้ก็จะเพ่ิมขึ้น ส่งผลให้รายจ่ายคงที่เพิ่มขึ้น จนวิ่งแซงรายรับ และส่งผลต่อสภาพคล่องในที่สุด ที่จริงแล้วคนเราควรตระหนักหยุดก่อหนี้ ตั้งแต่เริ่มต้องจ่ายเป็นขั้นตำ่แล้ว (Minimum payment) ในแต่ละเดือนแล้ว

ทั้งนี้คำว่า “หยุด” คือ ต้องหยุดจริงๆ ไม่มีหยวน หรือใช้ไปก่อน เดี๋ยวสิ้นเดือนมาเคลียร์ เพราะถ้าทำอย่างนั้น ทุกอย่างก็จะวนอยู่กับที่ไม่รู้จักจบ คำว่า “หยุด” คือ ต้องหยุดจริงๆ

คำถาม: แล้วต้องตัดบัตรเครดิตทิ้งเลยมั๊ย?

คำตอบ: ไม่ต้องครับ แค่หาที่เก็บไว้ชั่วคราวก็พอ หรือถ้ามีบัตรหลายใบ จะตัดทิ้งบ้าง เหลือไว้สักใบหรือสองใบ ก็ไม่มีปัญหา

คำถาม: แล้วถ้าเกิดเผลอหยิบมาใช้อีกหละจะทำอย่างไร?

คำตอบ: ก็ไม่มีอะไรครับ แค่ “จน” ต่อไป

2. ตรวจสอบรายการหนี้สินคงค้างทั้งหมด

ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่อาจเจ็บปวดอยู่บ้างสำหรับคนเป็นหนี้ แต่ก็เป็นกระบวนการที่ขาดไม่ได้ ลูกหนี้บางคนมาขอคำปรึกษากับผม โดยไม่ยอมพูดความจริงว่าเป็นหนี้เท่าไหร่ ถามทีไรก็ตอบว่าเยอะ ข้อมูลที่ไม่ชัดเจนแบบนี้ แก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้เลยครับ

“การแก้ปัญหาทางการเงิน เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการยอมรับความจริง”

วิธีการก็ง่ายๆ เพียงแค่ระบุข้อมูลหนี้สินทั้งหมดที่ท่านมี (ทั้งในและนอกระบบ) ตามตัวอย่างในตารางข้างล่างนี้

จากตัวอย่าง ท่านจะเห็นว่าหนี้กลุ่มที่ควรพิจารณาก่อนก็คือ หนี้สามรายการแรก เพราะเป็นหนี้บริโภค ส่วนท่านที่มีหนี้นอกระบบ ก็ควรพิจารณาจัดการหนี้นอกระบบก่อนเป็นอันดับแรก เพราะเป็นหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงมาก

3. วางแผนจัดการหนี้สินเบื้องต้น

ในขั้นตอนนี้ คือ การวางแผนจัดการกับหนี้ทีละรายการ โดยพิจารณาจากทรัพย์สินที่มี อาทิ เงินออม หรือข้าวของเครื่องใช้ที่ไม่ได้ใช้งาน ก็อาจขายทิ้งไปแล้วนำเงินมาชำระคืนหนี้สินได้

หรือหากมีจังหวะที่จะได้รับเงินก้อน อาทิ ค่าจ้างพิเศษ คอมมิชชั่น หรือโบนัส ก็อาจวางแผนแบ่งเงินก้อนดังกล่าวมาจัดการกับนี้บางรายการไปก็ได้

คำถาม: ถ้ามีเงินก้อนเข้ามา เราควรเลือกจัดการกับหนี้รายการใด

คำตอบ: มีวิธีคิดอยู่ 2 แบบครับ แบบแรก คือ เลือกจ่ายหนี้ที่คิดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดก่อน เพื่อลดต้นทุนของเงินกู้ของเรา อย่างในตัวอย่างนี้ ก็คือ หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล ธ.สินออม ที่ิคิดอัตราดอกเบี้ยเราสูงถึง 24%

แต่ทั้งนี้ก็ต้องพิจารณาด้วยว่า หนี้ดังกล่าวเป็นหนี้แบบลดต้นลดดอกหรือไม่ เพราะถ้าใช่ การใส่เงินก้อนของเราลงไป ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายรายเดือนไป แต่หากเป็นแบบดอกเบี้ยคงที่ (เช่น ดอกเบี้ยกู้ซื้อรถยนต์หรือการผ่อนสินค้า ฯลฯ) การใส่เงินก้อนของเราก็จะไม่ช่วยลดค่าใช้จ่ายรายเดือนให้ลดลงแต่อย่างใด

อีกแนวคิดหนึ่งก็คือ เลือกจ่ายหนี้ที่เหลือคงค้างน้อยที่สุดก่อน เพื่อลดจำนวนเจ้าหนี้ลง และสร้างกำลังใจในการแก้ไขปัญหา อย่างในกรณีตัวอย่าง ก็คือ บัตรเครดิต ธ.ไทยชาวนา

ความถูกผิดของแนวคิดคงไม่มีครับ อยู่ที่แผนการเงินของแต่ละบุคคล ถ้าค่าใช้จ่ายที่เป็นดอกเบี้ยต่างกันมาก (เช่น กรณีหนี้นอกระบบ) ก็อาจเลือกจ่ายให้กับหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงก่อน แต่ถ้าหากอัตราดอกเบี้ยไม่ต่างกันมาก การจ่ายให้กับหนี้คงค้างที่เหลือน้อยกว่า ก็จะช่วยลดรายการจ่าย และทำให้มีกำลังในการสู้กับปัญหาหนี้มากขึ้น

วิธีการปลดหนี้สำหรับผู้ที่ยังมีสภาพคล่องยังมีต่อ พบกันสัปดาห์หน้าครับ

SHARE
Previous articleปลอดหนี้จน
Next articleปลอดหนี้จน (3)
เรียนจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะที่เด็กผู้ชายหลายคนใฝ่ฝัน พร้อมของขวัญวันรับปริญญาเป็นหนี้หลักสิบล้านจากครอบครัว ลงมือแก้ปัญหาทางการเงินแบบโง่ๆ … ไม่เรียนรู้ ไม่ถามใคร เพราะคิดว่าตัวเองเก่ง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here