บั้นปลายมีทุนเกษียณ

1
317

การเกษียณอายุ (Retirement) ถือเป็นปลายทางของคนทำงานทุกคน ที่วันหนึ่งต้องหยุดหรือลดการทำงานลง ด้วยเหตุของอายุและสุขภาพ อันส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการประกอบอาชีพ

ความเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เกิดขึ้นในวัยเกษียณ ก็คือ การขาดหายไปของรายได้หลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ทำงานประจำ แม้จะมีค่าใช้จ่ายบางรายการที่อาจลดลงไปบ้าง อาทิ ค่าผ่อนบ้าน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเครื่องแต่งกาย ฯลฯ แต่ก็มีรายจ่ายบางรายการที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ

โดยส่วนใหญ่แล้วคนเรามักเกษียณกันที่อายุ 55 – 60 ปี และอาจมีอายุยืนยาวหลังเกษียณไปได้อีก 10-20 ปี ดังนั้นคำถามสำคัญสองคำถามที่ต้องตอบ เมื่อต้องวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณอายุ ก็คือ

1. ณ วันที่เกษียณอายุ เราต้องมีเงิน (ทุนเกษียณ) สักเท่าไหร่ ถึงจะพอเลี้ยงชีพหลังหยุดทำงานได้ และ

2. เราจะหาเงินจำนวนที่ว่านี้มาได้อย่างไร

มาที่คำถามแรกกันก่อน นั่นคือ ต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงจะพอ?

ว่ากันตามจริงแล้ว การคำนวณหาจำนวนเงินที่ต้องเก็บออมไว้ใช้หลังเกษียณให้ถูกต้องแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจำนวนเงินดังกล่าวมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายประการ ดังต่อไปนี้

อายุขัย (Longevity):

ยิ่งอายุยืน ต้นทุนเกษียณอายุก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้จากข้อมูลทางสถิติพบว่า ชายไทยมีอายุขัยโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 72 ปี ในขณะที่หญิงไทยมีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 75 ปี

อัตราเงินเฟ้อ (Inflation rate):

ภาวะเงินเฟ้อเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่ออำนาจซื้อของเงินออมของเรา ยิ่งเงินเฟ้อมีอัตราสูงมาก เงินออมของเราก็ยิ่งด้อยค่าลง ในทางเศรษฐศาสตร์เชื่อกันว่า อัตราเงินเฟ้อโดยเฉลี่ยในระยะยาวจะอยู่ท่ีระดับ 2.5-3%

รูปแบบการดำรงชีวิต (Life Style):

ไลฟ์สไตล์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ เพราะคนเราแต่ละคนมีรูปแบบการดำรงชีวิตประจำวันต่างกัน จุดมุ่งหมายและกิจกรรมที่สนใจต่างกัน ดังนั้นจึงมีต้นทุนเกษียณที่แตกต่างกันไปด้วย อย่างไรก็ดี ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยพบว่า คนส่วนใหญ่ไม่นิยมลดระดับชีวิตความเป็นอยู่หลังเกษียณให้แตกต่างจากตอนก่อนเกษียณมากนัก ดังนั้น เราอาจคำนวณหาค่าใช้จ่ายในช่วงเกษียณโดยเทียบเคียงเป็นอัตราส่วนกับค่าใช้จ่ายในปัจจุบันได้

สุขภาพ (Personal Health):

สุขภาพเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในวัยเกษียณอย่างมาก เพราะมีโอกาสเกิดความเจ็บป่วยจากสุขภาพที่ทรุดโทรมลงได้ตลอดเวลา ดังนั้นหากมีการเจ็บป่วยขึ้น ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังเกษียณ ย่อมส่งผลกระทบต่อจำนวนเงินออมที่ต้องจัดหาและจัดเตรียมไว้อย่างแน่นอน ทางแก้ไขเบื้องต้นที่พอจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้บ้าง ก็คือ การหมั่นดูแลสุขภาพต้ังแต่อายุยังน้อย และอาจโอนความเสี่ยงบางส่วนไปยังประกันสุขภาพ และประกันโรคร้ายแรง ซึ่งสามารถทำได้จนถึงอายุ 70 ปี

ด้วยเหตุจากปัจจัยทั้งสี่ประการข้างต้นที่มีความไม่แน่นอนสูง การคำนวณหาทุนเกษียณจึงไม่ควรมุ่งไปที่การสร้างวิธีคำนวณที่ซับซ้อน เพื่อพยายามค้นหาตัวเลขทุนเกษียณที่แท้จริง อย่างที่นักวางแผนการเงินหรือที่ปรึกษาทางการเงินส่วนใหญ่ชอบทำกัน หากอยู่ที่การประมาณการอย่างง่ายบนหลักเหตุและผล เพื่อกำหนดเป้าหมายและเริ่มต้นเก็บออมเงินไว้ใช้หลังเกษียณในทันที ซึ่งหากในอนาคตมีการปรับเปลี่ยนแผนหรือรูปแบบการดำรงชีวิต ก็ค่อยมาปรับตัวเลขต้นทุนเกษียณกันอีกครั้งตามความเหมาะสม

วิธีการประเมินต้นทุนเกษียณอายุ:

อันดับแรก เริ่มต้นด้วยการกำหนดสมมติฐานสำคัญในช่วงเกษียณอายุ อันได้แก่ อายุที่เริ่มต้นเกษียณ อายุขัย และรูปแบบชีวิตที่จะใช้หลังเกษียณ

เพื่อให้ง่ายต่อการเรียนรู้ร่วมกัน ขอยกตัวอย่างกรณีศึกษาของนาย A เพื่อคุณผู้อ่านจะได้นำวิธีการไปคำนวนเปรียบเทียบกับตัวเองได้

สมมตินาย A ปัจจุบันอายุ 30 ปี ตั้งเป้าหมายว่าจะเกษียณจากการทำงานตอนอายุ 60 ปี และคาดว่าจะมีชีวิตอยู่จนถึงอายุ 75 ปี มีค่าใช้จ่ายต่อเดือนในปัจจุบันอยู่ที่ 40,000 บาทต่อเดือน

คำนวนหาต้นทุนเกษียณของนาย A ได้จาก

ต้นทุนเกษียณ = ค่าใช้จ่ายต่อปีในช่วงเกษียณ x จำนวนปีที่คาดว่าจะอยู่หลังเกษียณ

หลักคิดมีอยู่ว่า คนเราไม่ต้องการมีชีวิตก่อนเกษียณและหลังเกษียณที่แตกต่างกันมากนัก จึงกำหนดให้ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณของนาย A อยู่ที่ระดับ 70% ของค่าใช้จ่ายก่อนเกษียณ (ตรงนี้แล้วแต่บุคคล อาจเลือกใช้ค่าในช่วงตั้งแต่ 70-80% ได้)

จากข้อมูลข้างต้น ค่าใช้จ่ายในปัจจุบันของนาย A = 40,000 บาทต่อเดือน หรือ 480,000 บาทต่อปี

ดังนั้น ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณของนาย A = 0.7 x 40,000 = 28,000 บาทต่อเดือน หรือ 336,000 บาทต่อปี

และนายต้องดำรงชีวิตอยู่หลังเกษียณอีก 75 – 60 = 15 ปี

ดังนั้น ต้นทุนเกษียณของนาย A  =  336,000 x 15 = 5,040,000 บาท หรือประมาณ 5,000,000 บาท

ท้ังนี้ตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายพิเศษที่ผู้เกษียณต้องการหรือมีความจำเป็นเพ่ิมเติม อาทิ ค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวและสันทนาการหรือค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ซึ่งหากนาย A มีความฝันเรื่องการท่องเที่ยวต่างประเทศ หรือมีปัญหาสุขภาพ ก็ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการคำนวณเข้าไป ซึ่งจะส่งผลทำให้ต้นทุนในการเกษียณสูงขึ้นไปอีก

ถึงตรงนี้ผู้อ่านหลายท่านอาจรู้สึกว่า วิธีการคำนวณดังกล่าวง่ายไปหรือไม่ เพราะดูเหมือนยังไม่ได้นำเรื่องของเงินเฟ้อเข้ามาพิจารณาด้วยเลย ก็ขออธิบายไว้เลยว่าการวางแผนเกษียณอายุเป็นการวางแผนการเงินระยะยาว และมีปัจจัยที่มีเกี่ยวข้องจำนวนมาก ซึ่งปัจจัยบางอย่างอาจพิจารณาหักกลบลบหนี้ (offset) กันไปได้บ้าง อาทิ เงินเฟ้อระยะยาว 30 ปี กับค่าใช้จ่ายที่หักลดลงไป 30 เปอร์เซ็นต์ซึ่งเป็นฐานของการคำนวณ และอัตราผลตอบแทนของเงินออม เป็นต้น

ดังนั้นสิ่งที่นาย A (และพวกเราทุกคน) ควรสนใจ คือ เงิน 5 ล้านบาทมากกว่า ว่าจะเอามันมาจากไหน เวลาที่เหลืออีก 30 ปี ของนาย A ก่อนที่จะเกษียณนั้น จะหาเงินก้อนนี้มาได้อย่างไร เพราะขนาดบางคนทำงานมาเป็นสิบปี เงินเก็บแค่หลักแสนยังไม่มีเก็บเลย แต่ถ้ามีเงินอย่างน้อย 5 ล้าน ณ วันเกษียณ รับรองว่ายังไงไม่งงชีวิตแน่นอน

ส่วนที่ว่าจะหาจากไหนนั้น ขอยกยอดไปสัปดาห์หน้าครับ

SHARE
Previous articleนัดหมายโครงการ MONEY FITNESS
Next articleบั้นปลายมีทุนเกษียณ (2)
เรียนจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะที่เด็กผู้ชายหลายคนใฝ่ฝัน พร้อมของขวัญวันรับปริญญาเป็นหนี้หลักสิบล้านจากครอบครัว ลงมือแก้ปัญหาทางการเงินแบบโง่ๆ … ไม่เรียนรู้ ไม่ถามใคร เพราะคิดว่าตัวเองเก่ง

1 COMMENT

  1. ขอบคุณคับ จะเอาไปวางแผนและแบ่งปันเพื่อนๆคับ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here