บั้นปลายมีทุนเกษียณ (3)

2
541

ในครั้งก่อนเราได้พูดคุยกันถึงการเก็บออมและลงทุนเพื่อการเกษียณของนาย A โดยมีโจทย์ว่า นาย A ต้องการมีเงินไว้ในยามเกษียณ เดือนละ 28,000 บาท ตลอดระยะเวลา 15 ปี หลังเกษียณ หรือคิดเป็นเงินก้อนก็ราว 5 ล้านบาท

แล้วผมก็ทิ้งท้ายไว้นิดนึงว่า วิธีการที่ดีท่ี่สุดสำหรับการสร้างทุนเกษียณ ก็คือ การสร้างทรัพย์สินที่ให้รายได้ (หรือกระแสเงินสด)ต่อเดือน เท่ากับรายจ่ายต่อเดือนที่เราประมาณการเอาไว้

ทำไม? ผมถึงแนะนำวิธีการสร้างทรัพย์สิน

1. เป้าหมายกระแสเงินสดต่อเดือน ทำได้ง่ายกว่าเป้าหมายที่เป็นเงินก้อน

หากเลือกใช้วิธีการออมและการลงทุนในตราสารการเงิน (หุ้น พันธบัตร และกองทุนรวม) ทุนเกษียณเป้าหมายของเราจะเป็นเงินก้อน ซึ่งดูเป็นปริมาณที่มาก อย่างกรณีของนาย A ที่จะต้องเก็บออมเงินและลงทุนให้ได้ 5 ล้านก่อนที่จะเกษียณ

สมมตินาย A มีอายุ 30 ปี มีเวลาอีก 30 ปีกว่าจะเกษียณ การออมและสะสมเงินยาวนานขนาดนั้น อาจเป็นเรื่องไม่ง่าย และมีโอกาสที่จะผิดวินัยการเงินของตัวเองได้ง่าย เนื่องจากนาย A อาจเบี้ยวแผนการเก็บออมเงินของตัวเองไปเสียก่อน หรือไม่ก็นำเงินออมไปใช้ก่อนเวลาอันควร

เมื่อเทียบกับวิธีการสร้างทรัพย์สิน วิธีนี้มีเป้าหมายทุนเกษียณเป็นรายได้ต่อเดือน อย่างกรณีนาย A ที่มีค่าใช้จ่ายประมาณการต่อเดือน 28,000 บาท นั่นหมายความว่านาย A ก็จะมีเป้าหมายทุนเกษียณอยู่ที่ 28,000 บาทต่อเดือน

ตัวเลข 28,000 บาทต่อเดือน ดูง่ายและทำให้มีกำลังใจมากกว่าเก็บออมเงินให้ได้ 5,000,000 บาท พอสมควรเลยทีเดียว นอกจากนี้ การออมไว้ในรูปทรัพย์สินนั้น มีความเส่ียงเรื่องการผิดวินัยการเงินน้อยกว่าการเก็บออมเงินและตราสารการเงินอย่างมาก แถมยังเป็นการทำงานเสร็จเป็นครั้งไปอีกด้วย ไม่กินเวลานานจนเกินไป

2. การลงทุนในตราสารการเงินมีความเสี่ยงสูงกว่า

การลงทุนในตราสารการเงิน อาทิ หุ้น พันธบัตร และกองทุนรวมนั้น เป็นการลงทุนที่เราแทบจะควบคุมอะไรไม่ได้เลย ที่บอกว่าควบคุมไม่ได้นั้น หมายถึง เราทำได้แค่เป็นผู้ลงทุนในตราสารเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ในการควบคุมทรัพย์สิน หนี้สิน รายรับ และรายจ่ายของตราสารที่เราลงทุนได้เลย

ยกตัวอย่างเช่น หากเราลงทุนในหุ้น มันคงไม่ง่ายที่เราจะบอกผู้บริหารบริษัทที่เราถือหุ้นอยู่ให้เพ่ิมราคาสินค้า ลดค่าใช้จ่ายการขนส่ง หรือขายทรัพย์สินบางอย่างออกไปได้

แต่หากเป็นธุรกิจหรืออสังหาริมทรัพย์ให้เช่า (ที่จริงอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าก็จัดเป็นธุรกิจ) เราสามารถควบคุมได้หมด ทั้งทรัพย์สิน หนี้สิน รายรับ และรายจ่าย เช่น หากเราทำธุรกิจ เราก็สามารถกำหนดราคาขายได้เอง กำหนดสัดส่วนหนี้สินเและส่วนของเจ้าของได้เอง เป็นต้น

เมื่อการลงทุนในตราสารการเงินเป็นส่ิงที่เราควบคุมไม่ได้ มันจึงมีความเสี่ยงสูง ที่อาจทำให้ผลตอบแทนไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวังไว้

แต่ก็ใช่ว่าตราสารการเงินจะใช้เป็นแหล่งสะสมทุนเกษียณไม่ได้ เพียงแต่อาจต้องมีการนำเครื่องมือบริหารความเสี่ยงมาช่วย เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้

3. การสร้างทรัพย์สินบรรลุเป้าหมายทุนเกษียณได้เร็วกว่า

ทรัพย์สินส่วนใหญ่สามารถใช้พลังทวีจากเงินของคนอื่นสร้างกระแสเงินสดให้กับผู้ลงทุนได้ ดังนั้นจึงทำให้ผู้ลงทุนสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้เร็วขึ้น ยกตัวอย่าง หากเราซื้อบ้านเช่าราคา 1 ล้าน เพื่อปล่อยเช่า เราอาจไม่่ต้องมีเงิน 1 ล้าน ถึงจะทำธุรกิจบ้านเช่าได้ เพราะเราสามารถกู้เงินธนาคารในอัตราส่วน 1:9 ได้ (ดาวน์ 10%)

แต่สำหรับตราสารการเงินนั้น ใช้พลังทวีจากเงินของคนอื่นไม่่ค่อยได้ ย่ิงเป็นเงินหลักล้าน ยิ่งไม่ค่อยมีให้กู้ยืมเพื่อลงทุนในตราสารการเงิน

เห็นข้อดีของวิธีการสร้างทรัพย์สินกันไปแล้ว ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่า หากเราต้องการสร้างทรัพย์สินที่ให้กระแสเงินสดเลี้ยงดูเราหลังเกษียณ จะต้องทำอะไรบ้าง

หลักในการสร้างทรัพย์สินเพื่อให้กระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง มีหลักง่ายๆว่า

“บริหารจัดการทรัพย์สินนั้นให้เกิดกำไร โดยที่เรามีอำนาจควบคุมทั้งหมด แต่ไม่ต้องทำงานเอง”

ยกตัวอย่าง กรณีของบ้านเช่า ซึ่งเป็นรูปแบบของการสร้างทรัพย์สินที่ง่ายและแพร่หลาย หัวใจสำคัญของการทำบ้านเช่า ก็คือ ทำอย่างไรก็ได้ให้ค่าเช่าที่เก็บจากผู้เช่า มากกว่าเงินผ่อนชำระธนาคาร และค่าใช้จ่ายอื่นๆ (ถ้ามี)

อย่างนี้เขาเรียกมี “กำไร”ทุกเดือน หรือที่เรียกว่ามี “กระแสเงินสด”นั่นเอง ข้อดีของบ้านเช่า คือ ไม่ต้องมีการบริหารจัดการอะไรมาก เพียงเท่านี้เราก็สามารถสร้างทรัพย์สินที่ให้กระแสเงินสดได้แล้ว

แต่หากเลือกทำธุรกิจ ก็อาจยุ่งยากเรื่องการบริหารจัดการขึ้นมาบ้าง แต่ก็มีข้อดี คือ ให้กระแสเงินสดทุกวันที่เปิดร้าน ยกตัวอย่าง ผมเองเปิดโรงเรียนสอนจินตคณิตเด็ก ลงทุนเงินหลักแสนค่าซื้อแฟรนไชส์ ค่าตกแต่งสถานที่ เปิดเป็นโรงเรียนทุกเสาร์-อาทิตย์ เริ่มต้นโดยมีครูผู้ช่วย 2 คน มีเงินเข้าทุกเสาร์-อาทิตย์ จ่ายค่าเช่าและค่าจ้างคุณครูตอนสิ้นเดือน

เมื่อเริ่มมีกำไร ก็จ้างครูให้ทำงานทั้งหมด 100% เราย้ายไปทำงานการตลาด หาคนมาเรียน ครูเป็นผู้ทำงานให้กับเรา สร้างระบบควบคุมสต๊อคหนังสือ และตรวจสอบรายรับโรงเรียนไม่ให้รั่วไหล ปัจจุบันธุรกิจนี้ก็กลายเป็นทรัพย์สิน ทำรายได้ให้เราได้หลักหลายหมื่นบาทต่อเดือน

สร้างกำไร ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ไม่ต้องทำงานเอง

สองตัวอย่างข้างต้น คือ ตัวอย่างของการสร้างทรัพย์สิน ที่ให้กระแสเงินสด ประเด็นสำคัญของการใช้วิธีนี้สร้างทุนเกษียณ ก็คือ เมื่อคุณสามารถสร้างรายได้จากทรัพย์สินได้ครั้งหนึ่ง คุณก็จะสามารถสร้างมันได้เรื่อยๆ จากนั้นก็แค่สะสมให้มากพอจนถึงเป้าหมายที่จะเกษียณได้

เมื่อถึงวันที่คุณเกษียณ คุณก็จะสามารถหยุดทำงานได้จริง มีเงินใช้จ่ายเลี้ยงตัวอย่างมีความสุข หรือไม่ คุณก็อาจเกษียณก่อนเวลาอันควร แล้วใช้ชีวิตที่มีความสุขได้ก่อนคนอื่นๆ นับสิบปีก็เป็นได้

หรือที่เขาเรียกว่า “เกษียณรวย” ยังไงละครับ

SHARE
Previous articleบั้นปลายมีทุนเกษียณ (2)
Next articleสุขภาพการเงินที่ดี (Money Fitness)
เรียนจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะที่เด็กผู้ชายหลายคนใฝ่ฝัน พร้อมของขวัญวันรับปริญญาเป็นหนี้หลักสิบล้านจากครอบครัว ลงมือแก้ปัญหาทางการเงินแบบโง่ๆ … ไม่เรียนรู้ ไม่ถามใคร เพราะคิดว่าตัวเองเก่ง

2 COMMENTS

  1. ขอบคุณครับ ผมก็เริ่มศึกษาและมองการลงทุนไว้บ้างแล้วครับ จะนำความรู้ไปใช้และบอกต่อคนที่รู้จักครับ

  2. กำลังวางแผน ครับ ตอนนี้ แผน แรก ต้องเก็บเงินให้ได้ ตามที่กำหนด ก่อน ค่อยนำไป ต่อยอด ลงทุน ขอบคุณครับ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here