ซีรีย์ภาษี ตอนที่ 3: ภาษียอดมนุษย์

0
816

สองครั้งก่อนเราคุยกันถึงภาษีเงินได้สำหรับพนักงานประจำ และคนทำอาชีพอิสระกันไปแล้ว

ตอนท้ายของการพูดคุยกันในครั้งที่แล้ว มีคำถามน่าสงสัยที่เรายังติดค้างกันไว้ นั่นคือ

กรณีของคนที่ทำงานหลายอย่าง มีรายได้หลายทาง มีเวลาว่างเยอะ มีแรงเหลือแยะ (พวกยอดมนุษย์) จะคิดภาษีกันอย่างไร?

วันนี้เราจะมาเฉลยกันครับ

สำหรับคนที่มีรายได้หลายทาง และรายได้ทั้งหมดรับในนามบุคคลเพียงคนเดียว (ไม่มีการแยกฐานภาษี) วิธีการคิดภาษีก็ต้องคิด 2 วิธีเหมือนคนทำอาชีพอิสระ

วิธีแรก ก็ให้คิดแบบเงินได้สุทธิก่อน โดยเอารายได้รวม หักค่าใช้จ่ายรวม หักค่าลดหย่อน แล้วนำเงินได้สุทธิไปคิดภาษีในอัตราก้าวหน้า

วิธีที่สอง คิดแบบเงินได้พึงประเมิน โดยเอารายได้ทั้งหมด ยกเว้นรายได้จากงานประจำ มาคูณด้วย 0.5% (หรือ 0.05)

และเช่นเดิมอีกแล้วครับท่่าน วิธีไหนเสียภาษีมากกว่า สรรพากรท่านบังคับเลือกวิธีนั้น

เพื่อยุติคำอธิบายที่ชวนมึนงง เรามาดูตัวอย่างกันครับ

ตัวอย่าง  นายเอ็ม เป็นวิศวกรทำงานอยู่บริษัท โบนัสไม่มีโอทีไม่จ่าย จำกัด (ชื่อบริษัทน่าทำงานด้วยจริงๆ) มีรายได้เดือนละ 30,000 บาท นอกจากนี้เขายังมีธุรกิจส่วนตัวเป็นวิศวกรรับจ้างออกแบบและคุมงาน (ลาพักร้อนไปรับงาน 555) โดยมีรายได้จากงานพิเศษนี้ 600,000 บาทต่อปี

วิธีที่ 1: แบบเงินได้สุทธิ

  • รายได้จากเงินเดือน – 40(1)           360,000 บาท
  • รายได้จากอาชีพอิสระ – 40(6)      600,000 บาท
  • รวมรายได้                                        960,000 บาท
  • หักค่าใช้จ่ายงานประจำ 40(1)         60,000 บาท        (40% ไม่เกิน 60,000 บาท)
  • หักค่าใช้จ่ายอาชีพอิสระ 40(6)     180,000 บาท        (เหมาจ่าย 30%)
  • รวมค่าใช้จ่าย                                   240,000 บาท
  • รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย                720,000 บาท
  • หักค่าลดหย่อนส่วนตัว                      30,000 บาท   (สมมติไม่มีลดหย่อนอย่างอื่น)
  • เงินได้สุทธิ                                       690,000 บาท

จากนั้นก็นำเงินสุทธิมาคิดภาษีในอัตราก้าวหน้า

  • 150,000 บาทแรก           ไม่เสียภาษี (ภาษี 0%)
  • 150,001 – 500,000       เสียภาษี 10%          (500,000 – 150,000) x 10%   =   35,000 บาท
  • 500,001 – 690,000       เสียภาษี 20%         (690,000 – 500,000) x 20%   =  38,000 บาท

รวมภาษีเงินได้ตามวิธีเงินได้สุทธิ  =  0 + 35,000 + 38,000  =  73,000 บาท

วิธีที่ 2: แบบเงินได้พึงประเมิน

นำเงินได้พึงประเมินของนายเอ็ม ไม่นับรายได้จากงานประจำ (40(1)) มาคำนวณภาษีแบบเงินได้พึงประเมิน

ภาษีแบบเงินได้พึงประเมิน  =  รายได้จากอาชีพอิสระ x 0.005

=  600,000 x 0.005

3,000 บาท

จะเห็นว่า วิธีที่ 1 เสียภาษีมากกว่า ดังนั้นสรรพากรเลือกวิธีที่ 1 ทำให้นายเอ็มมีภาระภาษี 73,000 บาท

ในกรณีของนายเอ็ม หากอยากลดค่าใช้จ่ายด้านภาษีให้ถูกกฎหมาย ก็อาจพิจารณาจัดตั้งหน่วยภาษีเพิ่ม เช่น รับงานอิสระโดยผ่านห้างหุ้นส่วนสามัญ เพื่อกระจายรายได้ออกไป ทำให้เงินได้ลดลง และประหยัดภาษีได้้

แต่ต้องไม่เลี่ยงภาษีนะครับ ห้างหุ้นส่วนสามัญก็ต้องจดจัดตั้งเพื่อกิจการออกแบบและรับเหมาก็สร้างไปตามจริง

หรืออาจใช้สิทธิค่าลดหย่อนอื่นๆ อาทิ ประกันชีวิต กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้าน สิทธิลดหย่อนเลี้ยงดูบิดามารดา ฯลฯ เพื่อทำให้เงินได้สุทธิลดลง และประหยัดภาษีแบบถูกกติกา

ต้องไม่ลืมว่า มันแตกต่างกันมาก ระหว่าง “การวางแผนภาษี”​กับ “การหลีกเลี่ยงภาษี”

ในมุมมองของผม ทำถูกต้องไว้ดีกว่า ไม่ต้องโกหก พูดกี่ทีก็เหมือนกัน ไม่ต้องมามีปัญหาในภายหลังอีกด้วย

ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ติดตามได้ในตอนหน้าครับ

SHARE
Previous articleMONEY FITNESS รุ่น 6 อาทิตย์นี้เรามีนัดกันนะครับ
Next articleUPDATE!!!: ข้อมูลการสัมมนา MONEY FITNESS รุ่น 7
เรียนจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะที่เด็กผู้ชายหลายคนใฝ่ฝัน พร้อมของขวัญวันรับปริญญาเป็นหนี้หลักสิบล้านจากครอบครัว ลงมือแก้ปัญหาทางการเงินแบบโง่ๆ … ไม่เรียนรู้ ไม่ถามใคร เพราะคิดว่าตัวเองเก่ง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here