งบการเงินที่ไม่เคยทำได้จริง

0
439

 

หลายท่านที่เคยทำงบประมาณการใช้จ่ายอาจเคยประสบปัญหา มีงบไปก็เท่านั้น เพราะมีแล้วก็ทำไม่ได้จริง

ตั้งใจจะใช้เท่านั้น จะเหลือเก็บเท่านี้ สุดท้ายทำไม่ได้เลยสักอย่าง

ใช้เกินไม่ว่า ไม่เหลือเก็บยังพอทน ที่เลวร้ายคือบางเดือนยังถึงขั้น “ถังแตก” ก่อนเวลาอันควรเสียด้วย

และทั้งหมดกลายเป็นเหตุผล (ข้ออ้าง) ดีดี ที่ทำให้หลายคนเลิกทำงบประมาณรายจ่ายประจำเดือน

คุณเองละครับ เคยมีปัญหาแบบนี้หรือเปล่า?

ผมเองก็เคยเป็นคนหนึ่งที่ประสบปัญหาแบบนี้ และพยายามค้นหาหนทางที่จะทำให้งบประมาณรายจ่ายของตัวเองเป็นจริงให้ได้

เพราะตอนนั่งทำงบ ผมเห็นอนาคตทางการเงินอันสวยหรูมากมาย มีการใช้จ่ายที่พอเหมาะพอสม มีเงินเหลืิอเก็บเดือนละ 10 เปอร์เซนต์สบายๆ

แต่พอเอาเข้าจริง ก็อีหรอบเดิม แห้งกรอบก่อนถึงสิ้นเดือนทุกทีไป

เลยลองเอารายจ่ายตัวเองมาวิเคราะห์ แล้วก็พบความจริงที่ว่า รายจ่ายในชีวิตในชีวิตระจำวันของคนเรามีอยู่ 2 ส่วน คือ รายจ่ายส่วนที่บริหารจัดการได้ และบริหารจัดการไม่ได้

รายจ่ายส่วนที่บริหารจัดการไม่ได้ คือ รายจ่ายคงที่ อันเป็นรายจ่ายจากภาระผูกพันที่ิเราไปสร้างกรรม (หนี้) ไว้ในอดีต อาทิ ภาษี (หนี้แผ่นดิน) ค่าเช่าบ้าน (หนี้ที่อาศัย) ค่าผ่อนรถ (หนี้ความสะดวกสบายในการเดินทาง) ค่าชำระคืนบัตรเครดิตและสินเชื่อต่างๆ (หนี้บริโภค) รวมไปถึงค่าบริการสาธารณูปโภคต่างๆ (หนี้การใช้สิ่งอำนวยความสะดวก) ฯลฯ

รายจ่ายเหล่านี้เป็นรายจ่ายภาคบังคับ อันเนื่องมาจากการใช้จ่ายในอดีต ส่งผลให้เราต้องชำระคืนในปัจจุบัน หลีกเลี่ยง ปรับเปลี่ยน ลดทอนให้น้อยลงได้ยาก

ดังนั้น รายจ่ายคงที่ จึงไม่ใช่รายจ่ายที่เราต้องไปใส่ใจมาก เมื่อพิจารณาจากชีวิตในแต่ละวัน

ถ้ามีก็จ่ายไป และยังไงก็ต้องจ่าย รู้จำนวนแน่นอนได้ไม่ยาก

ที่ยาก คือ รายจ่ายผันแปร ซึ่งในมุมมองผม ผมเรียกว่า ค่าใช้จ่ายที่บริหารจัดการได้

ค่าใช้จ่ายกลุ่มนี้ ได้แก่ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้า ค่าใช้จ่ายทั่วไปภายในบ้าน และค่าใช้จ่ายส่วนตัว ฯลฯ

ที่เรียกว่าบริหารจัดการได้ ก็เพราะ เราสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้ด้วยการ กินอยู่ใช้จ่ายอย่างเหมาะสม มีมากใช้มาก มีน้อยใช้น้อย ไม่มีก็ไม่ใช้

ประเด็นสำคัญของการควบคุมรายจ่ายประเภทนี้ก็คือ การควบคุมการใช้จ่ายรายวัน

ซึ่งเครื่องมือที่ผมใช้ก็คืิอ งบประมาณรายวัน หรือ Daily Budget

วิธีทำงบประมาณรายวันก็ง่ายๆ โดยการนำรายรับ หักลบเงินออมที่ต้องการ หักลบรายจ่ายคงที่ เหลือเป็นวงเงินสำหรับค่าใช้จ่ายผันแปร

นำวงเงินที่เหลือสำหรับค่าใช้จ่ายผันแปรมาหารด้วยจำนวนวันในเดือนนั้น ลองดูตัวอย่างกันครับ

นายจักรพงษ์มีรายได้เดือนละ 30,000 บาท ตั้งใจจะออมเดือนละ 10 เปอร์เซนต์ หรือ 3,000 บาท มีค่าใช้จ่ายคงที่จากภาษี ค่าผ่อนบ้่าน หนี้บัตรเครดิต และค่าสาธารณูปโภคต่างๆ 18,000 บาท

ในกรณีนี้ นายจักรพงษ์ ก็จะมีงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายผันแปรเท่ากับ 9,000 บาท (30,000 – 3,000 – 18,000)

และมีงบประมาณรายวันเท่ากับ 300 บาท (9,000/30)

อะไรนะ! ฉันใช้ได้แค่วันละ 300 เองเหรอ แล้วถ้าหากฉันต้องซื้อเสื้อผ้า ซื้อหนังสือ นันทนาการ ปาร์ตี้โป้เต้อะไรของฉันบ้างหละ จะทำยังไง

คำตอบ คือ ใช้เกินได้ครับ แต่ก็ให้รู้ไว้ว่า ถ้าใช้เกินบ่อยๆ หรือเกินแทบทุกวัน สุดท้ายก็คงหนีไม่พ้น เงินไม่พอ และอาจต้องหยิบยืมคนอื่นเพิ่มเติมอย่างแน่นอน

สำหรับผม หัวใจสำคัญของการมีงบการเงินประจำวัน ก็เพื่อให้เราติดตามการเงินของตัวเอง ในระดับที่ใกล้ชิดขึ้น บ่อยขึ้น ทำให้้เกิดความตระหนักต่อการใช้เงินมากขึ้น

รู้จักประเมินประมาณการใช้จ่าย วันไหนจ่ายมาก ก็รู้จักลดและควบคุมในวันถัดไป วันไหนจ่ายน้อยก็เหลือเงินออมเพิ่ม ช่วยเร่งความมั่งคั่งให้เร็วขึ้นและมากขึ้นได้

ยังไงลองเอาวิธีนี้ไปใช้ดูนะครับ เผื่องบประมาณจะเป็นจริงกับเขาเสียที

พบกันฉบับหน้าครับ

SHARE
Previous article“เงิน” กับ “ความสุข”
Next articleซีรีย์ภาษี ตอนที่ 1: ภาษีพนักงานประจำ
เรียนจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะที่เด็กผู้ชายหลายคนใฝ่ฝัน พร้อมของขวัญวันรับปริญญาเป็นหนี้หลักสิบล้านจากครอบครัว ลงมือแก้ปัญหาทางการเงินแบบโง่ๆ … ไม่เรียนรู้ ไม่ถามใคร เพราะคิดว่าตัวเองเก่ง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here