การพนัน VS การลงทุน

1
1347

สำหรับบ้านเรา ที่ขาดไม่ได้ในมหกรรมการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ในแต่ละครั้งก็คือ “การพนัน” ซึ่งปัจจุบันดูจะลุกลามไปทั่วทุกเพศ ทุกวัย และทุกกลุ่มคนทั่วประเทศ เรียกว่ายอมทนอดตาหลับขับตานอนเอาใจช่วยทีมที่ตัวเองแทงพนันกันชนิดลุ้นสุดตัว จะข่มตานอนก็ไม่ได้ เพราะรู้สึกตื่นตัวต่ืนเต้นอยู่ตลอดเวลา

ประเด็นที่ทำให้การพนันบอลนั้นน่าระทึกใจ ก็คงหนีไม่พ้นการเสี่ยงแบบได้ร่วมสนุก ได้ลุ้น ได้เชียร์ โอกาสเจ๊า เจ๊ง และเจี๊ยะ มีพอๆ กัน อันเป็นผลมาจากการตั้งราคาของตลาด (หรือโต๊ะพนัน) ที่ดูล่อแหลม และล่อลวงให้น่าลอง นอกจากนี้ยังสามารถแทงลมก่อนได้ (ยังไม่ต้องจ่ายตังค์ตอนพนัน มาเช็คบิลกันตอนจบเกม) แถมยิ่งเป็นช่วงเทศกาลยิ่งสนุกใหญ่ เพราะมีโอกาสให้แก้มือกันได้ตลอดทัวร์นาเมนท์

ที่แย่หน่อยก็คือ บ้านเราเล่นการพนันกันไม่เป็น เล่นแบบเสียไม่ได้ คือมักเอา “เงินร้อน” มาเล่นพนัน เช่น ค่าขนมที่พ่อแม่ให้ เงินเดือนที่ต้องเก็บไว้กินไว้ใช้ ค่าเรียนพิเศษลูก ค่าผ่อนบ้าน และอื่นๆ นอกจากนี้ยังไม่รู้จักวางแผนจำกัดวงเงินในการเล่น โดยพิจารณาว่าตัวเองเสี่ยงได้มากแค่ไหน พอเอาเงินที่เสียไม่ได้มาเล่น เมื่อเสียก็อยากได้คืน นำไปสู่การทุ่มพนันให้หนักขึ้นเพื่อเอาคืน หยิบยืมคนอื่นมาพนัน และท้ายที่สุดก็นำไปพาตัวเองไปสู่ปัญหาอาชญากรรมในที่สุด

กลางดึกคืนหนึ่ง หลังจบเกมฟุตบอลยูโรรอบรองชนะเลิศ ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับน้องนักศึกษาท่านหนึ่งใน Facebook น้องคนนั้นถามผมว่า “เราสามารถมองการพนันฟุตบอลยูโรเป็นการลงทุนได้หรือไม่?”

ฟังคำถามแล้ว คุณผู้อ่านคิดว่าอย่างไรครับ (ลองคิดเล่นๆ ดูสักหนึ่งนาที)

ได้ยินคำถาม ผมจึงถามน้องคนนั้นกลับไปว่า ทำไมถึงคิดอย่างนั้น? น้องเขาตอบว่า “เพราะการพนันและการลงทุนมีความเสี่ยงเหมือนๆกัน นั่นคือมีทั้งโอกาสขาดทุนและกำไรได้ และถ้าศึกษาข้อมูลดีๆ จะพบว่ามีโอกาสทำกำไรมากกว่าขาดทุน”

แล้วทำไมคนส่วนใหญ่ถึงขาดทุน ผมถาม “มันก็เหมือนกับการลงทุนนั่นแหละ ที่คนส่วนใหญ่มักจะขาดทุน และมีคนบางคนได้กำไร” น้องคนนั้นตอบ

ฟังเหตุผลของน้องเขาแล้ว คุณผู้อ่านมีความคิดเห็นอย่างไรครับ

อันที่จริงแล้วเรื่องของความเสี่ยงที่บอกว่า ทั้งการลงทุนและการพนันมีความเสี่ยง (หรือโอกาสในการได้ผลตอบแทนไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง) นั้นไม่ถือว่าถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ เพราะจริงๆแล้วมันจะแตกต่างกันมากพอสมควร หากคุณเข้าใจคำว่า “ความไม่แน่นอน” (Uncertainty) กับ “ความเสี่ยง” (Risk)

เพราะ ความไม่แน่นอน คือ การที่เราไม่ทราบโอกาสหรือความน่าจะเป็นในการเกิดเหตุการณ์ที่เราสนใจ แต่ ความเสี่ยง นั้น เป็นการพิจารณาโดยเรารู้และสามารถวิเคราะห์ความน่าจะเป็นได้

ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีการเปิดให้พนันบอลคู่เยอรมันกับอิตาลี คนส่วนใหญ่ก็สามารถวิเคราะห์ความน่าจะเป็นได้ว่า เยอรมันน่าจะมีโอกาสเป็นผู้ชนะมากกว่า โดยระดับความน่าจะเป็นนั้นอาจอยู่ที่ 60:40 ถ้าพนันกันตรงๆ แบบนี้จะถือเป็นการพนันภายใต้ความเสี่ยง เพราะเรารู้ความน่าจะเป็นได้ค่อนข้างแน่นอน (แม้จะมีโอกาสพลิก และพลิกไปเรียบร้อยแล้วก็ตาม)

แต่ก็นั่นแหละ บ่อนรับพนันก็จะทำลายความน่าจะเป็นนั้นออก โดยกำหนดเป็นอัตราต่อรองที่สร้างความไม่แน่นอนให้แก่ผู้ลงทุน เช่น ให้เยอรมันเป็นต่ออย่างน้อยครึ่งลูก ซึ่งนั่นหมายถึง แค่ชนะนั้นไม่พอ ต้องชนะในเวลา 90 นาทีด้วย ถ้าเกิดเสมอใน 90 นาที คนที่เลือกเชียร์อิตาลีก็จะได้สตางค์ เป็นต้น

ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับการลงทุนแล้ว นักลงทุนจะมองการลงทุนของตัวเอง โดยพิจารณาความน่าจะเป็นในการเกิดสถานการณ์ต่างๆ ทั้งโอกาสในการได้กำไร และขาดทุนอย่างละเอียด เพื่อหาโอกาสในการ “เสี่ยง” ไม่ใช่ลงทุนบนความ “ไม่แน่นอน”

สอง เมื่อรู้โอกาสในการขาดทุนแล้ว นักลงทุนก็จะทำการ “วางแผน” เพื่อปิดโอกาสที่จะขาดทุนดังกล่าว รวมถึงกำหนดแผนในการสร้างกำไรให้มีความชัดเจนขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาจะไม่ขาดทุน และได้กำไรจากการลงทุนตาม “แผน” ที่กำหนดไว้

จะว่าไปแล้วการพนันบอลก็สามารถวางแผนความเสี่ยงได้เช่นเดียวกัน แต่นั่นมักไม่เกิดกับผู้เล่นพนัน แต่จะเกิดกับบ่อนหรือโต๊ะที่เขาใช้วิธีจับแพะชนแกะ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็จะได้กำไร หรือถ้าขาดทุนก็น้อยที่สุด และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้โพลแต่ละสำนักออกมาชี้ตรงกันว่า สุดท้ายแล้วการพนันบอล คนที่รวยคือเจ้ามือ ไม่ใช่ผู้เล่นพนัน

ท้ายที่สุด การลงทุนไม่ใช่เกมที่มีผลรวมเป็นศูนย์ (Zero sum game) หรือเกมที่ต้องมีผู้แพ้-ผู้ชนะ ในเกือบทุกครั้งเหมือนการพนัน แต่การลงทุนนั้นส่วนหนึ่งมีการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ “ทรัพย์สิน” ที่พวกเขาลงทุน และนั่นทำให้ผลรวมสุดท้ายจะไม่เป็นศูนย์ คือ มีผู้ที่ได้และผู้ที่ต้องเป็นฝ่ายสูญเสีย แต่สามารถทำให้ได้ประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่ายได้

โดยสรุปการพนันบอลจึงไม่ใช่การลงทุนด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น และสิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะต้องรู้ไว้ก็คือ การลงทุนที่ดี คือ การลงทุนที่ทำให้คุณนอนหลับฝันดี มีแผนการที่ชัดเจน และไม่ทำให้เรารู้สึกกังวลกับโอกาสในการได้หรือเสียเหมือนการพนัน เพราะผู้ลงทุนได้ “ควบคุม” ทุกอย่างไว้แล้ว

รู้อย่างนี้แล้ว ใครที่คิดจะพนันบอลในเทศกาลบอลยูโรและโอกาสต่อๆไป ลองหันกลับมาเป็นนักดูบอลแบบศึกษาอย่างจริงจังจะดีกว่า เพราะจะว่าไปฟุตบอลก็ถือเป็นศาสตร์ชนิดหนึ่ง ที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาอย่างผู้รู้จริง แต่หากคิดจะพนัน ก็จงเตรียมใจรับมือกับความทุกข์ที่จะเกิดกับชีวิตได้เลย เพราะลูกกลมๆ มีลมอยู่ข้างใน ยังไงก็ไว้ใจไม่ได้

พบกันฉบับหน้าครับ

SHARE
Previous articleผ่อนทอง
Next articleโอกาสของคนเป็นลูกจ้าง
เรียนจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะที่เด็กผู้ชายหลายคนใฝ่ฝัน พร้อมของขวัญวันรับปริญญาเป็นหนี้หลักสิบล้านจากครอบครัว ลงมือแก้ปัญหาทางการเงินแบบโง่ๆ … ไม่เรียนรู้ ไม่ถามใคร เพราะคิดว่าตัวเองเก่ง

1 COMMENT

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here