การบ้านของคนช่างฝัน (2)

0
348

ในครั้งก่อน ผมกับคุณผู้อ่านที่มีความฝันได้ช่วยกันทำให้ฝันที่จะเป็นเจ้าของกิจการของแต่ละท่านชัดเจนขึ้น ด้วยการแนะนำวิธีการเขียนแผนธุรกิจในส่วนของแผนการตลาดกันไปแล้ว ในคราวนี้เราจะมาต่อกันที่ภาคของการดำเนินงาน หรือ Operation กันครับ

สำหรับแผนธุรกิจในส่วนของการดำเนินงานนั้น เราก็จะใช้วิธีถามตอบเหมือนกันกับงานด้านการตลาด เพียงแต่มิติและมุมมองของคำถามจะเปลี่ยนไป โดยโจทย์สำคัญของการดำเนินงาน ที่ว่าที่ผู้ประกอบการจะต้องตอบให้ได้ ก็คือ

“เราจะส่งมอบสินค้าหรือบริการของเราไปให้กับลูกค้าได้อย่างไร?”

ภาษาทางวิชาการเรียกคำตอบของคำถามนี้ว่า “Supply Chain Management” หรือการบริหารห่วงโซ่อุปทาน โดย Operation ของธุรกิจ หรือการคิดหาวิธีการส่งมอบสินค้าและบริการให้กับลูกค้านั้น จะสามารถแบ่งย่อยออกได้เป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ การจัดหา (Procurement) การผลิตหรือการบริการ (Production and Service Provision) และการส่งมอบ (Delivery)

ยกตัวอย่างง่ายๆ หากคุณวางแผนจะเปิดร้านเบเกอรี คำถามที่คุณควรจะถามตัวเอง เพื่อเตรียมงานด้านการดำเนินงานให้กับธุรกิจของตัวเอง ได้แก่

  • การจัดหา
    • วัตถุดิบที่ต้องใช้ในการผลิตมีอะไรบ้าง เอามาจากแหล่งไหน?
    • วันหนึ่งกะว่าจะผลิตสักเท่าไหร่ ต้องใช้วัตถุดิบแต่ละอย่างปริมาณเท่าใด? (เทียบกับสูตร) แหล่งวัตถุดิบที่มีที่รู้จัก เพียงพอที่จะสนับสนุนวัตถุดิบให้เราได้หรือไม่?
    • ต้นทุนวัตถุดิบหลักแต่ละประเภทคิดเป็นเงินเท่าไหร่?
  • การผลิตหรือบริการ
    • สูตรเอาจากที่ไหน? วันหนึ่งจะผลิตเท่าไหร่?
    • ใครเป็นคนทำขนมปัง ทำเองหรือต้องจ้าง ถ้าต้องจ้าง จะจ้างจากไหน?
    • เครื่องมือ อุปกรณ์ทำขนมปังมีอะไรบ้าง ต้องใช้อย่างละก่ีชิ้น ต้นทุนเท่าไหร่?
  • การส่งมอบ
    • ร้านค้าต้ังอยู่ที่ไหน? ขนาดของร้านเป็นอย่างไร? เปิดขายวันไหน? กี่โมงถึงกี่โมง?
    • ตั้งราคาขายอย่างไร? ใครขาย? มีกี่คน? หาคนขายมาจากไหน?
    • ขายปลีกอย่างเดียวหรือเปล่า? ถ้าขายส่งด้วย ส่งขนมปังให้ลูกค้ายังไง?

เพียงแค่กลุ่มคำถามง่ายๆ เท่านี้ ท่านว่าที่ผู้ประกอบการก็จะสามารถคิดต่อยอดธุรกิจของตัวเองไปได้แล้ว เพราะหากคุณตอบคำถามข้างต้นได้หมด คุณก็จะได้ภาพการดำเนินงานที่ค่อยๆชัดเจนขึ้น และนำไปสู่คำถามใหม่ที่จะเป็นจิ๊กซอว์ช่วยเติมเต็มภาพธุรกิจของตัวเองให้สมบูรณ์ย่ิงขึ้นไปเรื่อยๆ

ลองดูกันอีกสักตัวอย่างหนึ่ง คราวนี้เป็นธุรกิจบริการกันบ้าง สมมติเป็นธุรกิจสปาก็แล้วกัน

  • การจัดหา
    • อุปกรณ์ในร้านสปาต้องมีอะไรบ้าง? จะหาจากที่ไหน?
    • ต้นทุนอุปกรณ์ และวัสดุในร้าน คิดเป็นเงินเท่าไหร่?
  • การผลิตหรือบริการ
    • ลักษณะพื้นที่ให้บริการเป็นอย่างไร? พื้นที่มีขนาดเท่าไหร่ จัดวาง Lay-out ของร้านไว้อย่างไร?
    • ต้องใช้เจ้าหน้าที่ทำสปากี่คน หามาจากไหน? แต่ละคนต้องได้รับการอบรม หรือมีประกาศนียบัตรด้านใดหรือเปล่า? จึงจะสามารถให้บริการได้
    • คอร์สสปามีกี่คอร์ส อะไรบ้าง? ราคาค่าบริการคิดอย่างไร?
    • จะมีขายสินค้าที่ใช้สปาด้วยหรือไม่? ถ้ามี กลุ่มไหน อะไรบ้าง?
    • มีกฎหมายควบคุมธุรกิจประเภทนี้หรือไม่? และกฎหมายที่ว่านั้น ควบคุมประเด็นอะไร? อย่างไร?
  • การส่งมอบ
    • ร้านสปาจะตั้งอยู่ที่ไหน? (ดูให้เหมาะกับลูกค้าเป้าหมาย) เวลาเปิด-ปิดเป็นอย่างไร?
    • มีแผนจะเปิดสาขาหรือไม่? หรือให้บริการนอกสถานที่หรือไม่?

(หมายเหตุ: อย่าไปกังวลกับการจัดกลุ่มคำถามมากนัก เช่นคำถามนี้ควรอยู่ในกลุ่มการจัดหา หรือกลุ่มการผลิตและบริการดี ขอเพียงแต่คุณรู้ว่ามันสำคัญกับกิจการของคุณ คุณก็มีหน้าที่แค่ตอบคำถามและหาข้อเท็จจริงก็เท่านั้น)

นอกจากตัวอย่างคำถามข้างต้น ท่านอาจคิดตั้งคำถามกับธุรกิจในฝันของตัวเอง ในประเด็นอื่นๆ ได้อีกมากมาย อาทิ รูปแบบการจัดตั้งธุรกิจ การซื้อหรือสร้างแฟรนไชส์ การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การจัดเก็บสินค้า การขนส่ง การขาย การบริการลูกค้า ระบบสารสนเทศของธุรกิจ งานพัฒนาบุคลากร และโครงสร้างพื้นฐาน ฯลฯ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าธุรกิจของท่านเป็นธุรกิจใด และต้องให้ความสำคัญกับเรื่องใดเป็นพิเศษ (แต่ละธุรกิจมีจุดโตและจุดตายไม่เหมือนกัน)

ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องไม่ลืมด้วยว่า การตั้งคำถามและหาคำตอบทั้งหมดในมิติของการดำเนินงาน จะต้องสอดคล้องกันกับแนวทางด้าน “การตลาด”​ ที่เรากำหนดไว้ก่อนหน้านี้ด้วย เพราะนั่นคือจุดเร่ิมต้นของไอเดียท้ังหมด และมันจะเป็นการหลงทางมาก หากการดำเนินงานของคุณไม่สอดรับกับแผนการตลาดที่วางไว้

สำหรับคนที่ฝันใหญ่ คุณอาจไม่จำเป็นต้องลงมือทำทุกส่ิงที่คุณฝันไว้ในคราวเดียวก็ได้ ทั้งนี้คุณอาจแบ่งช่วงเวลาการสร้างธุรกิจในฝันออกเป็นเฟส โดยอาจเร่ิมต้นทำในสเกลเล็กๆเป็นเฟสทดลอง หากดูว่าดี ค่อยขยับขยายไปยังสินค้าและบริการอื่นๆ ต่อไป

มองดูแล้วหัวข้อของการดำเนินงานนั้น มีประเด็นที่ต้องสนใจและพิจารณาอยู่มาก ดังนั้น การพยายามหาคำตอบทั้งหมดโดยการเรียนรู้เอง อาจเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลานานเกินความจำเป็น โดยส่วนตัวแล้ว ผมแนะนำ ให้คุณ “คุย”​ กับเจ้าของธุรกิจแบบที่เราต้องการเปิดในอนาคตดู หรือถ้าเป็นธุรกิจไอเดียใหม่ ก็อาจพูดคุยกับเจ้าของธุรกิจที่มีลักษณะใกล้เคียงก็ได้ (สังเกตว่าผมแนะนำให้พูดคุยกับ “เจ้าของ”​ เท่านั้น ย่ิงถ้าได้คุยกับเจ้าของที่ประสบความสำเร็จด้วยยิ่งดี)

ถึงตรงนี้ คุณคงเริ่มเห็นความฝันของตัวเองชัดเจนขึ้นตามลำดับแล้ว ขั้นต่อไปก็จะเป็นเรื่องของแผนการเงิน หรือ Financial Plan ซึ่งถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด และเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายของทุกธุรกิจเลยก็ว่าได้ เพราะแม้ว่าแผนการตลาดเราจะดี แผนการดำเนินงานก็พอไปได้ แต่ถ้าธุรกิจนั้นทำไปแล้วไม่มีกำไร หรือเลี้ยงตัวเองไม่ได้ ฝันสวยงามแค่ไหนก็ไม่ควรทำ

SHARE
Previous articleการบ้านของคนช่างฝัน
Next articleการบ้านของคนช่างฝัน (3)
เรียนจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะที่เด็กผู้ชายหลายคนใฝ่ฝัน พร้อมของขวัญวันรับปริญญาเป็นหนี้หลักสิบล้านจากครอบครัว ลงมือแก้ปัญหาทางการเงินแบบโง่ๆ … ไม่เรียนรู้ ไม่ถามใคร เพราะคิดว่าตัวเองเก่ง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here